HEAVYWEIGHT คือสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สองจาก MILLI (มิลลิ) ศิลปินหญิงสัญชาติไทยสไตล์แร็ปป๊อป ฮิปฮอป ที่เธอไม่ได้สเต็ปอัพขึ้นเพียงโปรดักชั่น สไตล์ และความครีเอทีฟ แม้มันจะไม่วาไรตี้หรือ ปรุงแต่งด้วยความคอมเมดี้ แต่หลังการเผชิญความสาหัสสากันในชีวิตที่ยิ่งทำให้เธอ “แข็งแกร่ง” โดยไม่ทิ้งความอ่อนไหวของจิตใจไป นี่จึงอาจเป็นอัลบั้มที่ทำให้ทุกคนได้ลุกขึ้นอย่างมั่นใจอีกครั้ง
มิลลิ หรือ มินนี่–ดนุภา คณาธีรกุล เป็นศิลปิน-แร็ปเปอร์ สังกัด YUPP! Entertainment สเตจแรกของเธอคือรายการ ‘The Rapper’ กับฉายานาม “สาวน้อยมหัศจรรย์” ก่อนจะเดบิวต์ด้วย ซิงเกิล ‘พักก่อน’ ที่ไวรัลจนร้องตามกันได้ทั่วเมือง โดยมีเสต็ปถัดมาคือการปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกอย่าง BABB BUM BUM อ่านเป็นภาษาไทยได้ว่า “แบบ เบิ้ม เบิ้ม” ที่ฉายแววความซุกซนขี้เล่นมาตั้งแต่นั้น


ความแก่นเซี้ยวของสาวน้อยคนนี้ไม่ได้มีแค่เล่นสนุกหรือกวนโอ๊ย แต่สิ่งที่ทำให้เราสนใจมิลลิคือ เธอจะหยิบจับสิ่งรอบตัวมาเล่าเรื่องยังไง อย่างผลงานก่อน เธอก็ได้สอดแทรกประเด็นทางสังคม การเมือง เรื่องราวของกรรมาชีพตัวเล็กตัวน้อย ไปจนถึงการหยอกเย้าชีวิตประจำวันทั่วไปของวัยรุ่น ด้วยสีสันอันจัดจ้านที่ทำเอารู้สึกวูบวาบ แสบสัน แถมเธอยังระเบิดพลังแบบไม่มีกั๊กเลยแม้แต่นิดเดียว
ความสำเร็จของเธอในฐานะ “ศิลปินเต็มตัว” อย่างการเคยได้รับเลือกเป็นแคนดิเดต 1 ใน 8 ของค่าย 88rising ให้ไปแสดงสดที่เทศกาลดนตรี Coachella จนมาถึง Head in the Clouds และยังได้ไปแคมป์ทำเพลงที่สหรัฐอเมริกาเพื่อสั่งสมประสบการณ์ชีวิตในเส้นทางศิลปินที่เกินความคาดหมายของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ ไม่ใช่แค่โอกาสที่ดีในแง่การขยายฐานแฟนเพลงไปสู่ต่างประเทศ แต่มันยังพิสูจน์ให้เราเห็นว่า ศักยภาพที่แลกมาด้วยความสามารถของเธอเองมันไปได้ไกล และได้เรื่อย ๆ กว่านี้อีกจริง ๆ

หลังผ่านศึกหนักทั้งสนามมวย และสนามชีวิตจริงแบบหนักหน่วง ในที่สุด เธอก็กลับมาพร้อมอัลบั้ม ‘HEAVYWEIGHT’ อีกหนึ่งผลงานน้ำดีประจำปี 2025 ที่ผลักตัวเองออกจากการใช้ป๊อปคัลเจอร์นำ และตามด้วยความสนุกสนานทางจังหวะดนตรี มาสู่ความเข้มข้นในรูปแบบที่อัพเกรดโปรดักชั่นยกเครื่อง ไม่ว่าจะด้วยคอนเซ็ปต์ ทิศทางเพลง รายชื่อศิลปินที่มาร่วมงาน กระทั่งตัวตนที่เธอไม่เคยเปิดเผย
โดยเนื้อหาทั้งหมดในอัลบั้มนี้จะถูกร้องและแร็ปเป็นภาษาอังกฤษ แต่จะมีการเลือกใช้คำไทยเพื่อ เสริมเป็นกิมมิคในบางช่วงเพื่อให้อารมณ์ออกมาไหลลื่นยิ่งขึ้น ถัดมาเป็นพาร์ทดนตรีที่กระโดดออกจากป๊อปเปรี้ยวซ่าส์ แล้วหันมาเน้นซาวด์ฮิปฮอปขรึม ๆ บีทอิเล็กทรอนิกส์ทุบ ๆ ผสมกับกลิ่นอาย อาร์แอนด์บีร่วมสมัย และนีโอโซลรสนุ่มนวลแทน มวลรวมของเพลงจึงตรงจริตเรากว่ามาก
ทุบที่ว่าถ้าไม่วิ่งเพซต่ำหรือเดินสับแบบตัวแม่ ก็คงเหมาะกับชาว Gym Rat ชอบยกเวทแบบเฮฟวี อย่างเพลง ‘ARMSTRONG’ ที่ได้ ATARASHII GAKKO! เกิร์ลกรุ๊ปชุดนักเรียนที่ท้าทายกรอบสังคม มาเสริมพลังด้วยเนื้อหาและจังหวะเต้นรำสุด Empowered ที่คนฟังรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่ง หรือใน มิวสิควิดีโอเพลง ‘SICK WITH IT’ ที่ได้ Avantgardey มาร่วมแดนซ์ก็ยิ่งการันตีว่าเธอไม่ได้มาเล่น ๆ
แต่หากพูดถึงความหลากหลายในการเล่าเรื่อง อัลบั้มนี้อาจจะไม่ได้วาไรตี้แบบสุดโต่งเท่าอัลบั้มที่แล้ว ทว่า มันคือการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในฐานะปัจเจกบุคคล ที่ไม่ได้พยายามจะเป็นหรือทำอะไรเพื่อใคร ภาพรวมของอัลบั้มนี้จึงกลมกลืนเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันมากกว่าที่จะโชว์ทุกอย่างที่มีแบบหมดหลอด เช่นเพลง ‘MENACE’, ‘INVISBLE TEARS’ และ ‘HP’ ที่ถ่ายทอดด้วยอารมณ์แสนลุ่มลึกจนต้องแอบปาดน้ำตา ซึ่งเราจะไม่ค่อยได้เห็นมิลลิในมุมนี้สักเท่าไหร่ เสมือนเป็นการลบภาพจำที่เธอต้องเย้ว ๆ ตลอดเวลา
หรืออย่างการให้พื้นที่กับศิลปินคนอื่น ๆ อย่าง Awich, Knock2, BewhY ที่ซัดไรห์มโหดไม่แพ้ใคร การได้พวกเขามาคอลแลป จึงเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสีสันให้อัลบั้มนี้ดุเดือดเกินกว่าที่เราคิดเหมือนกัน ถ้าจะเรียกว่าเป็นการแลกหมัดต่อหมัดก็ไม่เชิง เพราะแต่ละคนเข้ามาส่งเสริมกันและกันซะมากกว่า ซึ่งบรรดาเพลงที่ว่าคือ ‘JAH EHH (peekaboo)’, ‘DANCE or DEAD’, ‘HELL YES’ ที่เด็ดทุกเพลง
ถัดมาเป็นฝั่งศิลปินไทยบนเพลง ‘BLUES BERRY’ ที่ได้ ก้อง–เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ (ร้องนำ, กีตาร์ จากวงดนตรี H3F) และเพลง ‘DRANKEINNIT’ ที่ได้ ฮิวโก้–จุลจักร จักร์พงษ์ มาร้อง-เล่น ดนตรีบลูส์ที่ทั้งคู่สามารถดึงเสน่ห์ความเย้ายวนของตัวเองได้ดี ประหนึ่งเธอ ไม่ลังเลหรือตีกรอบให้ฮิปฮอปต้องมีเพียงแค่การทำบีท แซมเปิล หรือใช้ซาวด์สังเคราะห์เท่านั้น
และการที่ประกาศอย่างหนักแน่นตั้งแต่ช่วงเปิดเพลงแรกผ่านเนื้อหา “Born to rap…born to Sing…I born to win it” จุดนี้เราก็ขอยกให้อัลบั้ม HEAVYWEIGHT ชนะศึกนี้ และเป็นหนึ่งในอัลบั้มแห่งปีไปเลย เพราะ People need artist like me (her) จริง ๆ
รับฟังอัลบั้ม ‘HEAVYWEIGHT’ ได้แล้ววันนี้บนทุกสตรีมมิงแพลตฟอร์ม ที่นี่
อ่านต่อ AUTTA กับการเขียนเพลงเพื่อบำบัดตัวเอง ใน 3.45 x 4.9 x 2.55

แบม นักเขียนน้องเล็กที่ชอบอ่านหนังสือและฟังเพลงในเวลาเดียวกัน ปัจจุบันกลับมาทำเพจ Listenist