The Most Mysterious Song on the Internet การตามหาเจ้าของเพลงปริศนาที่กลายเป็นตำนานบนโลกอินเทอร์เน็ตที่ไม่อยากถูกลืม

by McKee
27 views
The Most Mysterious Song on the Internet FEX German Subways of your mind

เสียงเพลงสั้น ๆ ที่ถูกบันทึกไว้ในเทปคาสเซ็ตเก่า ๆ ม้วนหนึ่ง จากช่วงต้นทศวรรษ 1980 ซึ่งมาพร้อมเสียงซ่าของคลื่นวิทยุ ซินธ์ที่โดดเด่นขึ้นมาเหมือนสัญญาณจากอีกยุคสมัย เสียงครางต่ำ ๆ พูดว่า “Check it in, check it out” ก่อนที่คอรัสจะพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างเร่งเร้า มันฟังดูเหงา ๆ และติดหูอย่างไม่น่าเชื่อ

เพลงนี้ถูกอัดไว้โดยไม่มีทั้งชื่อศิลปิน ไม่มีทั้งชื่อเพลง ไม่มีข้อมูลใด ๆ ทั้งนั้น และแทนที่เทปม้วนนี้ควรถูกลืมไปพร้อมกองขยะของกาลเวลา แต่เศษเสี้ยวของเพลงปริศนานี้กลับค่อย ๆ แพร่กระจายบนโลกอินเทอร์เน็ต จุดประกายคำถามง่าย ๆ ที่ไม่มีใครตอบได้ว่า “ใครคือเจ้าของเพลงนี้?”

จากคำถามเพียงข้อเดียว กลับขยายตัวกลายเป็นเรื่องราวการตามหาเจ้าของเพลงกันข้ามทวีป ผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเริ่มนั่งฟัง วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และสืบค้นไปพร้อม ๆ กัน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เพลงที่ไร้ชื่อเพลงนี้จึงถูกขนานนามในเวลาต่อมาว่า “The Most Mysterious Song on the Internet” เพลงที่ลึกลับชวนพิศวงที่สุดบนอินเทอร์เน็ต

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา การตามหาเจ้าของเพลงที่สูญหายนี้กลายเป็นตำนานอินเทอร์เน็ตที่อบอวลไปด้วยความโหยหาอดีต ความหมกมุ่น และความทรงจำร่วมกันของคนแปลกหน้าที่ชอบฟังเพลงเหมือนกัน ถ่ายทอดวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตยุค 90 ได้อย่างงดงาม พร้อมการไขปริศนาที่เหนือความคาดหมาย กลายเป็นการปลุกชีพให้กับเพลงและศิลปินที่สูญหาย

สำหรับปีใหม่นี้เราอยากแชร์เรื่องราวอบอุ่นหัวใจที่อาจจะเติมไฟให้ใครอีกหลายคนที่ต้องการเหตุผลที่ยังทำเพลงกันต่อไป แม้ไม่รู้เลยว่าใครจะได้ยินเราก็ตาม ไปตามรอยการไขคดีสนุก ๆ นี้ด้วยกัน

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่งของฤดูใบไม้ร่วงของปี 1984 ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนี เด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ Darius S นั่งอยู่ข้างวิทยุ มือวางอยู่บนปุ่มอัดเสียงของเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต ดาเรียสเป็นคนชอบทำมิกซ์เทป เขามักอัดเพลงโปรดจากคลื่นวิทยุเก็บไว้ (หลายคนอาจเกิดไม่ทันแต่ยุคนั้นไม่มีสตรีมมิ่ง On Demand ที่กดฟังได้เลย คนสมัยก่อนเลยต้องใช้วิธีนี้เพื่อเก็บเพลงที่ชอบไว้ฟังนาน)

วันนั้น สถานีวิทยุสาธารณะ NDR (Norddeutscher Rundfunk) เปิดเพลงเพลงหนึ่งที่เรียกร้องความสนใจของเขาได้ตั้งแต่โน็ตตัวแรก มันมีทุกองค์ประกอบของเพลงฮิต ทั้งซินธ์ที่ระยิบระยับ เบสไลน์หม่น ๆ และน้ำเสียงร้องที่ชวนให้นึกถึง Depeche Mode หรือ The Cure แต่เขาไม่เคยได้ยินมันมาก่อน Darius กดอัดเพลงนี้ไว้ในมิกซ์เทปของเขาและเขียนด้วยลายมือ เนื่องจากไม่รู้ชื่อเพลง เขาใส่เครื่องหมายคำถามไว้ข้างเนื้อท่อนหนึ่งที่เขาฟังผิดเป็น “Blind the Wind” เพลงนี้ถูกอัดคั่นอยู่ระหว่างเพลงที่เขารู้จักดีของ XTC และ The Cure

หลายปีผ่านไป มันยังคงเป็นปริศนาคาใจของเขาอยู่เรื่อยมา จนมาถึงปี 2004 เมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลาย Darius และน้องสาวของเขาอย่าง Lydia ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากโลกออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ของพวกเขาที่ชื่อว่า “Unknown Pleasures” ซึ่งตั้งชื่อตามอัลบั้มของ Joy Division เพื่อแชร์เพลงนิรนามหลายเพลงจากยุคแลกมิกซ์เทปของเขา โดยเพลงปริศนานี้คือหัวใจหลักของเว็บนั้น

ต่อมา Lydia ตัดสินโพสต์คลิปเสียงความยาว 1 นาทีของเพลงลงในกลุ่ม Usenet และฟอรัมดนตรีเฉพาะทางหลายแห่ง รวมถึงบอร์ดซินธ์ป๊อปยุค 80 ของเยอรมนี และ The Spirit of Radio ซึ่งเป็นแฟนไซต์ของสถานีวิทยุในโตรอนโต พร้อมตั้งคำถามกับโลกว่า “มีใครรู้มั้ยว่านี่คือเพลงอะไร”

ในช่วงแรก มันแทบไม่มีแรงกระเพื่อมใด ๆ มีนักฟังกลุ่มเล็ก ๆ เข้ามาเดากันไปต่าง ๆ นานา แต่ไม่มีคำตอบไหนถูกต้อง เพลงนี้ไม่มีฐานข้อมูลอยู่ในเครื่องมือค้นหาใด ๆ และไม่ตรงกับฐานข้อมูลเนื้อเพลงไหนเลย ราวกับว่ามันไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง ซึ่งตัวคลิปหนึ่งนาทีนี้เองก็ค่อย ๆ ถูกแจกจ่ายไปตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตลอดมา จนถึงปี 2017 ช่อง YouTube ของค่ายอินดี้สเปนช่องหนึ่งนำคลิปนี้ไปแชร์ และมันไปเข้าตาแฟนเพลงชาวบราซิลวัยหนุ่มชื่อ Gabriel Vieira และเขาหมกมุ่นกับปริศนานี้อย่างจริงจัง

ในปี 2019 เขาก็โพสต์คลิปเสียงนี้ไปแทบทุกคอมมูนิตี้ที่อาจช่วยได้ ตั้งแต่ r/ObscureMedia ไปจนถึง r/LostMusic เขายังสร้างซับเรดดิตเฉพาะกิจขึ้นมาในชื่อ r/TheMysteriousSong ให้เป็นบ้านหลังใหม่ของปริศนาครั้งนี้

สิ่งที่ตามมาคือการเกิดขึ้นของทีมค้นหาเฉพาะกิจที่ใหญ่โตเกินจินตนาการ คนแปลกหน้าจากทั่วโลก ทั้งนักเรียน วิศวกร ผู้เกษียณอายุ นักดนตรี ต่างหยิบทักษะเท่าที่ตัวเองมีขึ้นมาร่วมไขคดี พวกเขาเรียกตัวเองว่า The Search Party บน Reddit และเซิร์ฟเวอร์ Discord ที่เชื่อมโยงกัน พวกเขากลายเป็นกลุ่มมันสมองของทีมนักสืบนี้ ตอนกลางวันไล่ค้นคลังเพลย์ลิสต์รายการวิทยุยุค 1980 ตอนกลางคืนรวมตัวกันในแชตเสียงเพื่อแลกเปลี่ยนทฤษฎี ผู้ดูแลซับเรดดิตถึงขั้นทำชีตเพื่อเก็บเบาะแส ตั้งแต่รายชื่อเพลงทั้งหมดที่เคยเปิดในรายการวิทยุเยอรมันบางรายการ รายชื่อดีเจที่เกษียณไปแล้ว ไปจนถึงทฤษฎีที่กำลังถกเถียงกันเรื่องที่มาของเพลงนี้

ทุกเบาะแสถูกชำแหละอย่างละเอียด มีคนแยกเสียงร้องและเครื่องดนตรีออกมาเพื่อหารายละเอียดที่ซ่อนอยู่ พวกเขาวิเคราะห์อุปกรณ์และเทคนิคโปรดิวซ์ หนึ่งในเบาะแสสำคัญคือเสียงที่บ่งชี้ถึงซินธ์ Yamaha DX7 ซึ่งเพิ่งวางจำหน่ายในปี 1983 ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเพลงนี้ไม่น่าจะถูกอัดก่อนหน้านั้น นอกจากนี้ การมีอยู่ของโทนความถี่บางอย่างในไฟล์เสียงยังบอกเป็นนัยว่ามันน่าจะถูกอัดจากวิทยุเยอรมัน เพราะลักษณะการออกอากาศบางอย่างเป็นเอกลักษณ์ของโซนนั้นในยุค 80 แม้แต่รุ่นของเครื่องเล่นเทปของ Dariusอย่าง Technics รุ่นปี 1984 ก็ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนกรอบเวลาของการบันทึกเสียง กลุ่มนักสืบก็ค่อย ๆ สร้างโปรไฟล์ของเพลงผีเพลงนี้ขึ้นมาทีละน้อย

ภาษาเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ของเรื่องนี้ สำเนียงของนักร้องจับยากมาก เขาเป็นเจ้าของหรือเป็นชาวยุโรปที่ร้องภาษาอังกฤษกันแน่ หลายคนได้ยินสำเนียงแบบเยอรมันหรือยุโรปตะวันออก บางคนคิดว่าอาจเป็น “pseudo-English” หรือการใช้ภาษาอังกฤษมั่ว ๆ ที่วงดนตรีบางวงใช้เป็นเนื้อชั่วคราวก่อนเขียนเนื้อจริง การถอดเนื้อเพลงจึงกลายเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่มีฝ่ายจัดการตรงนี้ชัดเจน หลายสิบคนช่วยกันแกะประโยคที่อู้อี้นี้ จนได้เนื้อเพลงที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็เพียงพอจะตั้งชื่อให้เพลงปริศนานี้ชั่วคราวว่า “Like the Wind” จากท่อนแรก

เมื่อการค้นหาเริ่มได้รับความสนใจจากสื่อมากขึ้น เบาะแสใหม่ ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามามากมาย สถานีวิทยุเยอรมันหยิบเรื่องนี้ไปเล่าในเดือนสิงหาคม 2019 Radio Eins ที่เบอร์ลินนำเพลงปริศนานี้ไปออกอากาศให้ผู้ฟังกว่า 50,000 คนฟัง พร้อมสัมภาษณ์ Paul Baskerville ดีเจผู้จัดรายการ NDR ในยุค 1980 ที่คาดว่าเพลงนี้น่าจะเคยถูกเปิดตอนอายุหกสิบกว่า บาสเคอร์วิลล์จำเพลงนี้ไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่าสมัยนั้นมีวงที่เสียงคล้ายกันเยอะมาก แต่เขาสัญญาว่าจะช่วยด้วยอีกแรง พร้อมเชิญชวนผู้ฟังว่าหากใครจำเพลงหรือวงนี้ได้ให้โทรเข้ามาบอกหน่อย

การออกอากาศซ้ำครั้งนั้นส่งผลโดยไม่คาดคิด มันไปถึงหูของ Darius เจ้าของเทปคอสเซ็ตต้นเรื่อง ซึ่งตกตะลึงที่ได้ยินปริศนาเก่าแก่ของตัวเองดังออกมาจากวิทยุอีกครั้ง Darius และ Lydia จึงรีบติดต่อกับชุมชน Reddit ที่เติบโตขึ้นจากเทปของพวกเขา ในที่สุด แหล่งที่มาดั้งเดิมของเสียงบันทึกและนักสืบออนไลน์ก็มาเจอกัน พร้อมเบาะแสสำคัญอย่างรายชื่อเพลงรอบ ๆ เพลงปริศนานี้ในเทปจากปี 1984 ซึ่งเพลงก่อนหน้าและเพลงถัดไปถูกยืนยันว่าเป็นผลงานจากปี 1982 นั่นทำให้กรอบเวลาการอัดเพลงนี้ยิ่งแคบลงไปเหลือช่วงต้นยุค 80 และชี้ว่าเพลงปริศนาเองก็อาจมาจากราวปี 1982 เช่นกัน

แม้จะมีเจ้าของเทปตัวจริงและดีเจมืออาชีพเข้ามาช่วย ปริศนาก็ยังไม่คลี่คลาย ชุมชนนักสืบช่วยกันค้นคลังเพลย์ลิสต์รายการของ NDR อย่างละเอียด โดยมีนักจดหมายเหตุในเมือง Hamburg ช่วยเหลืออีกแรง ก่อนจะพบว่าบันทึกของ NDR ถือว่าครบถ้วนกว่าสถานีส่วนใหญ่ เพราะหลายแห่งไม่เก็บข้อมูลแบบนี้ไว้ แต่ก็น่าหงุดหงิด เพราะยังไม่พบการกล่าวถึงเพลงที่ตรงกับ “Like the Wind” เลย เป็นไปได้ว่ามันถูกลงชื่อไว้ด้วยชื่ออื่น หรือวงนั้นเล็กเกินไปจนไม่ถูกบันทึก อาสาสมัครถึงขั้นขุดบันทึกเก่าของ GEMA องค์กรลิขสิทธิ์การแสดงของเยอรมนี เพื่อดูว่ามีเพลงไม่มีชื่อใดตรงกับเพลงนี้หรือไม่ แต่ก็ไม่พบอะไร ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทรเลย

ตลอดปี 2020 และ 2021 การตามหายิ่งเข้มข้นขึ้น ชุมชนนักสืบไล่ตามทุกข่าวลือทุกเบาะแส มีคนไปพบเพลงปริศนาอีกเพลงหนึ่งจากยุค 80 ที่ฟังดูใกล้เคียงกัน จุดชนวนทฤษฎีสุดบ้าว่าวงวงเดียวอาจอยู่เบื้องหลังเพลงลึกลับอีกหลายเพลง สุดท้ายก็พบว่าไม่เกี่ยวกัน นี่เป็นหนึ่งในทางตันมากมายที่อาจทำให้ชุมชนนักสืบท้อแท้ แต่กลับกลายเป็นว่าทุกความล้มเหลวกลับทำให้พวกเขาฮึกเหิมยิ่งขึ้น ทัศนคติหนึ่งที่ทั้งกลุ่มมีเหมือนกัน คือพวกเขามาไกลขนาดนี้แล้ว จะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

เกือบห้าปีของการร่วมมือกันอย่างบ้าคลั่งก็ยังไม่เจอคำตอบสุดท้าย อย่างน้อยก็ในตอนนั้น แต่สิ่งที่มันสร้างขึ้นมาคือตำนานเรื่องเล่าบนอินเทอร์เน็ต เมื่อยังหาข้อเท็จจริงไม่เจอ จินตนาการของทุกคนก็เข้ามาเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้น หลายคนเริ่มเรียกเพลงนี้ว่าเป็นอัญมณีแห่ง “lostwave” จัดมันไว้ในหมวดหมู่ใหม่ที่กำลังเติบโตของดนตรีสูญหายที่ค่อย ๆ ถูกค้นพบมากขึ้น ก่อนจะถูกสร้างความหมายใหม่ ๆ บนโลกออนไลน์ผ่านเสียงของผี แฟนอาร์ตและคัฟเวอร์

วงกอธร็อกอเมริกันอย่าง Mephisto Walz ถึงกับหลงเสน่ห์เพลงนี้มากจนอัดคัฟเวอร์อย่างจริงจังในชื่อ “Like the Wind” ในปี 2020 บางคนรีมิกซ์มัน หรือหยิบทำนองไปใช้สร้างงานใหม่ อารมณ์หม่น ๆ และความลึกลับของเพลงยังเข้ากับสุนทรียะของอินเทอร์เน็ตแบบพอดิบพอดี ในปี 2023 มีแฟนเกมทำด่านพิเศษของ Doom II ขึ้นมา ซึ่งผู้เล่นอาจเดินไปเจอเพลงปริศนานี้ดังอยู่ในบ้านร้างเสมือนจริง กลายเป็น Easter egg ที่เพิ่มความหลอนให้เกมที่หลอนอยู่แล้วเข้าไปอีก เพลงปริศนานี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความโหยหาอดีตที่สูญหาย แม้แต่คนที่ยังไม่เกิดในปี 1984 ก็ยังรู้สึกสะเทือนใจกับเพลงนี้

ในสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน 2024 เกือบ 17 ปีหลังจากโพสต์แรกของ Lydia ฟอรัม r/TheMysteriousSong ก็พลันสว่างขึ้นมา ด้วยโพสต์ที่หลายคนกลัวว่าจะไม่มีวันมาถึง “เจอแล้ว! เพลง TMS (The Mysterious Song) คือ Subways of Your Mind โดยวง FEX” โพสต์นี้มาจากผู้ใช้ชื่อ marijn1412 สมาชิกชาวดัตช์ของทีมนักสืบ ภายในไม่กี่นาที ความดีใจก็ถาโถมเข้ามาอย่างล้นหลาม ทั้งความไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ผ่าน ทั้งคำยินดี ไปจนถึงน้ำตาแห่งความสุข สะท้อนความโล่งใจปนซึ้งใจที่คนหลายพันรู้สึกร่วมกัน บางคนยอมรับว่ามือสั่นขณะกดฟังหลักฐานเชิงประจักษ์นี้ มันคือเพลงเต็มตัวจริงที่ถูกค้นพบเสียที

marijn1412 อธิบายวิธีไขปริศนาของเธออย่างละเอียด ซึ่งไม่ใช่ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอะไร แต่ด้วยการค้นคว้าแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความอดทนและความดื้อดึงมหาศาล ในเดือนตุลาคม 2024 เขาไปโฟกัสกับเบาะแสจากวงการวิทยุเยอรมัน นั่นคือกิจกรรมประจำปีในยุค 80 ที่ชื่อ Hörfest การประกวดดนตรีสำหรับวงหน้าใหม่ ซึ่งรายการของ Paul Baskerville มักนำเพลงเหล่ามาเปิดด้วย

หากเพลงปริศนานี้มาจากวงใน Hörfest ก็อธิบายได้ว่าทำไมมันถึงถูกเปิดแค่ครั้งเดียวแล้วหายไป วงเหล่านี้มักเป็นวงท้องถิ่นและไม่มีค่าย marijn1412 จึงเริ่มไล่ตรวจสอบชื่อวงทุกวงที่เคยเข้าร่วมการประกวดเหล่านี้ เขาค้นหนังสือพิมพ์เก่าและซีนทำมือเพื่อหาชื่อวงที่ไม่คุ้นตา จนไปเจอกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Nordwest Zeitung ฉบับหนึ่ง บทความปลายปี 1984 กล่าวถึงวงชื่อ FEX จากเมือง Kiel ที่เพิ่งชนะการประกวดดนตรีที่เมือง Bremen กับคำอธิบายที่น่าสนใจว่าสไตล์ดนตรีของพวกเขาคือ “ดนตรีร็อกที่มีอิทธิพลของเวฟและป๊อป” และช่วงเวลาก็ลงล็อกพอดีคือหลังปี 1983 ที่สำคัญคือรายชื่อสมาชิกมีคนหนึ่งที่ marijn1412 จำได้จากอีกวงชื่อ Phret ซึ่งเคยเข้าร่วม Hörfest ปีก่อน นี่แหละคือเบาะแสสำคัญที่เชื่อมโยงกัน

marijn1412 ติดต่อนักดนตรีคนนั้นได้ เขาคือ Michael Hädrich อดีตมือคีย์บอร์ดของ FEX โดยไม่เล่าบริบททั้งหมดของการตามหาและเพื่อไม่ให้ใครตกใจหรือคาดหวังเกินไป marijn1412 ถามอย่างสุภาพว่า Hädrich ยังพอมีไฟล์บันทึกเสียงเก่า ๆ จากวงยุค 80 ของเขาอยู่มั้ย Hädrich ซึ่งตอนนี้อายุ 68 ปีและยังรักดนตรีอยู่ ก็สนใจคำถามนี้มากพอจะขึ้นไปค้นของในห้องเก็บของใต้หลังคา ไม่นานหลังจากนั้น เขาส่งอีเมลกลับมาพร้อมไฟล์ดิจิทัลจากคลังเพลงของวง FEX ในบรรดาเพลงเหล่านั้น มีชื่ออย่าง “Heart in Danger” “Talking Hands” และเพลง “Subways of Your Mind” ที่เมื่อ marijn1412 กดฟัง เมโลดี้คุ้นหูและเสียงร้องหม่นลึก เสียงที่ทุกคนช่วยกันตามหามานานหลายปี ในวินาทีนั้นเอง ปริศนาตลอด 17 ปีก็ถูกไขกระจ่าง เพลงที่ลึกลับที่สุดบนอินเทอร์เน็ตในที่สุดก็ถูกคืนชื่อและมีเจ้าของอย่างแท้จริง

marijn1412 บอกเหตุผลของการค้นพบนี้ให้ Hädrich ฟัง ซึ่งทำให้เขาตกตะลึงสุด ๆ ความจริงคือ FEX เป็นวงสี่ชิ้นที่แอคทีฟ ๆ แค่ช่วงปี 1984 ถึง 1985 ในเยอรมนีตอนเหนือ พวกเขาอัด Subways of Your Mind ในปี 1984 เป็นส่วนหนึ่งของเดโมเทปสามเพลงที่ขายตามงานที่เขาไปเล่นเท่านั้น ซึ่งทำออกมาแค่ไม่กี่ร้อยชุด ไม่น่าแปลกใจเลยที่เพลงจะหายไปตามกาลเวลา

มันไม่เคยมีค่ายหรือผู้จัดจำหน่ายจริงจัง หลังจากทัวร์เล็ก ๆ และการเปลี่ยนสมาชิก วงก็ยุบในปี 1986 เมื่อทุกคนแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าเพลงหนึ่งจากวัยหนุ่มของพวกเขาหลุดไปถึงวิทยุได้อย่างไร อาจผ่านเวทีประกวดหรือดีเจที่ใจดี จนไปจบลงในมิกซ์เทปของวัยรุ่นคนหนึ่ง และแน่นอน พวกเขาไม่มีวันจินตนาการได้เลยว่า 40 ปีต่อมา เพลงนั้นจะโด่งดังไปทั่วโลกขนาดนี้

“หลังจากผมอีเมลไปบอกเขาว่าเพลงนี้จริง ๆ แล้วเป็นเพลงที่ดังมาก เขาขอผมว่าอย่าเพิ่งเปิดเผยต่อสาธารณะ จนกว่าเขาจะได้คุยกับเพื่อนร่วมวงเก่า ๆ ก่อน” marijn1412 กล่าว

อดีตสมาชิกวงซึ่งตอนนี้อายุราวหกสิบกันแล้ว ทุกคนต่างกระจัดกระจายอยู่ทั่วเยอรมนี พวกเขาทั้งงง ทั้งอึ้ง และในขณะเดียวกันก็เริ่มตระหนักได้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำมีคุณค่ามากแค่ไหน FEX จึงไปจดทะเบียนเพลง “Subways of Your Mind” กับ GEMA องค์กรจัดการลิขสิทธิ์ดนตรีของเยอรมนี เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของผลงาน และอาจรวมถึงสิทธิประโยชน์หรือค่าลิขสิทธิ์ในอนาคต หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย วงก็ให้ไฟเขียวกับ marijn1412 ก่อนจะกลายเป็นความปิติยินดีอันหาที่สุดไม่ได้ของชุมชนนี้บน Reddit

Subways of Your Mind เวอร์ชั่นเต็มก็ถูกอัปโหลดขึ้น YouTube ในที่สุด หลังจากจินตนาการถึงมันมานาน แฟนเพลงจำนวนมากพบว่าเพลงนี้ดีไม่แพ้ที่หวังไว้เลย มันคือแคปซูลแห่งเวลาของอารมณ์อันหม่นหมองและเมโลดี้แบบยุค 80 ผู้ใช้คนหนึ่งในกลุ่มยอมรับว่า “ผมดีใจนะ แต่ก็แอบเศร้านิด ๆ ที่มันจบแล้ว การตามหามันสนุกมากจริง ๆ” ในที่สุด ปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกเรื่องหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตได้คลี่คลายลงแล้ว

สมาชิกแต่ละคนของ The Search Party มีแรงจูงใจต่างกันไป สำหรับบางคนมันคือความตื่นเต้นของการไล่ล่า whodunit ในชีวิตจริง สำหรับอีกหลายคนมันคือการตามหาความยุติธรรม ผลงานของศิลปินที่ไม่มีค่ายชิ้นนี้ถูกประวัติศาสตร์ลบเลือนไปแทบหมดสิ้น และการตามหาเจ้าของเพลงนี้ให้เจอก็เหมือนภารกิจทวงเครดิตให้กับคนที่ควรได้รับมัน

สำหรับวง FEX ข่าวนี้มาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยจริง ๆ เพลงธรรมดา ๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จักได้กลายเป็นความสำเร็จในช่วงบันปลายชีวิต Hädrich บอกกับสื่อว่าอดีตสมาชิกทุกคนตื้นตันกับข่าวนี้มาก พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่ามีปรากฏการณ์ออนไลน์แบบนี้เกิดขึ้น เขาอธิบายกับ Der Spiegel สำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่งในเยอรมันว่า ไม่มีใครในวงเคยเจอการตามหาครั้งนี้เลย วันหนึ่งพวกเขายังเป็นคนธรรมดาที่มีแค่ความทรงจำเลือนรางจากวัยร็อกแอนด์โรล อีกวันหนึ่งกลับต้องรับสายจากสื่อทั่วโลกในฐานะเจ้าของปริศนาที่อินเทอร์เน็ตรักที่สุด

“ผมว่าน่าทึ่งมากที่มีคนสนใจเพลงของวงที่ประสบความสำเร็จแค่ระดับท้องถิ่น หรืออาจจะไม่เคยประสบความสำเร็จเลยด้วยซ้ำ และมันผ่านมาแล้วกว่า 40 ปี” Hädrich พูดด้วยความประหลาดใจ เขาแทบตั้งคำถามกับตัวเองว่า ใครจะไปคิดว่าเพลงที่พวกเขาอัดกันตอนเด็ก ๆ ที่เมืองคีล จะมีชีวิตของมันเองได้ยืนยาวขนาดนี้

สมาชิกวงไม่รอช้าที่จะโอบรับโอกาสที่สองอันน่าเหลือเชื่อนี้ พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีตอนต้นเดือนพฤศจิกายน 2024 เพียงไม่กี่วันหลังการเปิดเผยบน Reddit สมาชิกดั้งเดิมสามในสี่คนของ FEX มาพบกันที่สตูดิโอของ NDR ในคีล และโชว์เพลง “Subways of Your Mind” เวอร์ชันอะคูสติกสด ๆ ออกอากาศทางวิทยุ พาเพลงนี้วนกลับมาสู่คลื่นเดียวกับที่เคยปล่อยมันออกไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อหลายสิบปีก่อน

Darius แฟนเพลงอันดับหนึ่งของเพลงนี้ ก็ได้รับเชิญให้มาร่วมรายกายด้วย และในเวลาต่อมา เขายังไปโผล่เป็นแขกรับเชิญในมิวสิกวิดีโออย่างเป็นทางการของวง เป็นการคารวะบทบาทของเขาในตำนานอินเทอร์เน็ตนี้ ภายในเดือนธันวาคม 2024 FEX ก็พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางกระแสสื่อขนาดใหญ่มากมาย วันซ้อมรียูเนียนมีทีมโทรทัศน์มาถึงหกกองพร้อมกัน ขณะเดียวกันก็มีสารคดีสองเรื่องอยู่ระหว่างการผลิตเพื่อบันทึกเรื่องราวอันเหลือเชื่อนี้ นาทีนั้น Subways of Your Mind ก็ได้กลายเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ดนตรีบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่างสมบูรณ์

เรื่องราวของ FEX และ Subways of Your Mind ยังสะท้อนปรากฏการณ์ที่ใหญ่กว่านั้น ในอดีต เพลงที่หายไปอาจยังคงอยู่ในความทรงจำของใครซักคน ใครซักคนที่ฮัมมันในครัว ร้องท่อนฮุกเล่น ๆ ในห้องน้ำ และหายไปกับเทปที่ถูกทิ้งไว้ในห้องนอน แต่บนอินเทอร์เน็ต เราต่างรวมตัวกันเพื่อแชร์ความทรงจำเหล่านั้น เศษเสี้ยวของเพลงเหล่านั้นกลับมีชีวิตอยู่ต่อไป ถูกส่งต่อจากกระทู้หนึ่งไปอีกแพล็ตฟอร์มหนึ่ง จนกระทั่งมันดึงดูดคนอีกหลายร้อยคนเข้ามารวมตัวกัน

ความอยากรู้อยากเห็นของคนบนอินเทอร์เน็ตได้ทำในสิ่งที่ไม่มีค่ายเพลงหรืออัลกอริทึมใดทำได้ มันช่วยอนุรักษ์งานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เกือบจะสูญหาย และให้เกียรติแรงงานของมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังเพลงเหล่านั้น สมาชิกวง FEX ซึ่งตอนนี้กำลังซึมซับชีวิตใหม่ พวกเขานำ “Subways of Your Mind” กลับมาออกอย่างเป็นทางการ ปล่อยทั้งบนสตรีมมิงและแผ่นไวนิล พวกเขายังกลับมาอัดเพลงใหม่ร่วมกันอีกครั้ง สี่สิบปีที่ผ่านไป วงหนึ่งได้ถือกำเนิดใหม่อีกครั้งและเพลงที่เคยไร้ชื่อได้พบผู้ฟังของมัน

วงบางวงอาจจะต้องใช้เวลา 40 ปี กว่าจะเป็นที่รู้จักแบบนี้ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเพลงของเขาจะไปถึงคนฟังในรูปแบบไหนบ้าง เรื่องของ FEX เตือนเราว่า งานศิลปะไม่ได้หายไปเพราะมันไม่ดี แต่มันอาจแค่ยังไม่เจอคนที่พร้อมจะชอบมัน ถ้ารักในการทำดนตรีก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำเพลงต่อไป ยังไงก็ต้องมีคนฟังแน่นอน แค่อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย

+ posts

ชอบไปคอนเสิร์ตเพราะเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ และยังชอบแนะนำวงดนตรีใหม่ ๆ ผ่านตัวอักษรตลอดเวลา

Related Articles

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy