Mass of the Fermenting Dregs กับคอนเสิร์ตแรกในคืนดนตรีระห่ำ

by Nattha.C
438 views
Mass of the Fermenting Dregs Sammy Barber January Hariguem Zaboy blueprint livehouse

เมื่อวันเวลาพัดพาให้เดือนตุลาคมมาถึง ฤดูกาลคอนเสิร์ตส่งท้ายปีก็กลับมาเยือนหน้าบ้านอีกครั้ง หนึ่งในนั้นคือคอนเสิร์ตแรกในประเทศไทยของ Mass of the Fermenting Dregs วงดนตรีโพสต์ฮาร์ดคอร์-ชูเกสสัญชาติญี่ปุ่นที่ใครหลายคนรอคอยมานานกว่า 10 ปี!

โดยทีมผู้จัดหน้าคุ้นอย่าง 75th Curveball ร่วมกับ Blueprint Livehouse ก็ได้อาสาพาพวกเขาบินมาเล่นถึงที่พร้อมร็อกแบนด์สามหน่วยอย่าง Sammy Barber, January และ Hariguem Zaboy ที่เดินทางมาเล่นเป็นวงเปิดในช่วงภาคค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2566

Mass of the Fermenting Dregs Sammy Barber January Hariguem Zaboy blueprint livehouse
Sammy Barber | © Tanatchai Mukem (wisas)

5 ตุลาคม 2566

ด้วยสภาพอากาศที่ค่อนข้างเป็นใจ หลังจากฝ่าเม็ดฝนยามเช้าที่หยุดลงในช่วงบ่ายของวันนั้น ทำให้แฟนเพลงหลักสิบถึงร้อยคนตัดสินใจเดินทางมาอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเราที่นั่งรถไฟฟ้าและต่อมอเตอร์ไซค์จนมาถึงหน้างานประมาณ 18.30 น. ณ ประตูทางเข้า Blueprint Livehouse เริ่มเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ต่อแถวรับบัตรกันอย่างเป็นระเบียบ บ้างก็เป็นคนรู้จักมักจี่ บ้างก็เป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน แต่สิ่งที่เราเชื่อว่าทุกคนสามารถสัมผัสได้คือบรรยากาศอันอบอุ่นท่ามกลางผู้ชมนับ 200 คน

สคิปเวลาถัดมาในอีก 1 ชั่วโมง สามหนุ่ม Sammy Barber ทักทายเราด้วยเพลง ‘Turn Off Your Fake’ และ ‘Colorless’ เพื่อเป็นการวอร์มอัพร่างกายไปพลาง ก่อนส่ง ‘Bazooka’ หนึ่งในแทร็กจากอัลบั้มชื่อ 028 ผ่านเสียงกีตาร์คล้ายพิธีกรรมบวกการดำเนินจังหวะเบสกลองวิ่ง ๆ ขณะหยอดริฟฟ์ท่อนเก่ง “ตื้ดตือดึด ตื้ดตือ” ตามด้วย ‘Secret Joke’ และ ‘Cut Cut Cut’ เพลงชาติประจำวงที่พวกเขาขยับจากกลิ่นอายป๊อปซองไปสู่ลูกเล่นใหม่ ๆ อย่างการแทรกไลน์กีตาร์สไตล์นอยซ์ร็อกมาทดแทนไดนามิกกลาง ๆ ที่เปลี่ยนเพลงในเซ็ตลิตส์ครึ่งหลังให้โยกสู้สลับเร่าร้อนเล่น เช่น ‘Crush On You’, ‘The Microphone’ ควบสามเพลงที่เอาซะอยู่หมัดอย่าง ‘Jobs Done’, ‘ประยวย’, ‘Make A Buck’ และปิดท้ายที่ ‘Big Show’ กับการพัฒนาองค์ประกอบดนตรีที่เรารู้สึกว่าโชว์ของพวกเขาน่าตื่นตาขึ้นไม่มากก็น้อย แม้ช่วงสองสามเพลงแรกจะเสียงอื้อไปนิดก็ตาม

January | © Tanatchai Mukem (wisas)

นอกจากเหล่าตัวจี๊ดจากค่าย Flaxxist Records อีกหนึ่งวงไทยที่เราตั้งตารอคอยสำหรับงานนี้ก็คือ January ผู้นำดนตรีแมทร็อกทำนองนัวเนียมาเซิร์ฟความหล่อและกลมกล่อมผ่านบทเพลงบางส่วนจากอัลบั้ม ‘Autipilot’ พร้อมด้วยผลงานเพลงจากอีพีชุดดั้งเดิม อาทิ ‘Gone’, ‘Rev’, ‘ICYMI’, ‘Blaze’ ไปจนถึงเพลง ‘Cave’, ‘Sertraline’, ‘Micro-organism’ แม้วงจะแอบบอกเราว่าพวกเขาไม่ได้เล่นดนตรีในรูปแบบไลฟ์โชว์มานานหลักปี แต่เอเนอจี้และเคมีระหว่างสมาชิกในวงก็ไม่ได้ดรอปลงเลย เพราะแจนยัวร์ยังคงสามารถมอบพลังงานที่ชวนกระโดดตามจังหวะสับเปลี่ยนอยู่เสมอ แถมในขณะเดียวกันก็ซึมเซาและลื่นไหลไปกับความรู้สึกดั่งเพลง ‘Overflow’ และ ‘About time’ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่ากี่ครั้งเราก็ยังว้าวกับเทคนิค tapping ได้เรื่อย ๆ

Hariguem Zaboy | © Tanatchai Mukem (wisas)

โดยคิวถัดไปเป็นของ Hariguem Zaboy ที่พอตบเท้าขึ้นมาก็เรียกพลังจากวัยรุ่นวัยมันส์ไปได้ค่อนห้องส่ง ผ่าน ‘A Roomful of Cool’ หนึ่งในเพลงจากอัลบั้มใหม่ที่จะเล่นสลับกับผลงานชุด John Young Sandwich ไปตลอดทั้งโชว์ อาทิ ‘No Services’, ‘Pier No.41’ และ ‘The Dell’ ที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านความเดือดพล่าน จังหวะนั้นทุกคนรอบตัวเราก็ไม่มีใครปฏิเสธต่อพลังปริศนาของดนตรีที่เร้าระทึก (แล้วใครเล่าจะอดใจไหว!) ก่อนสี่หนุ่มจะชวนพักรบด้วยเพลงกะลาสีขี้เมา ‘South Pole’ ประกอบจดหมายรักจากวัยรุ่น ‘The Teenage Letter’ พร้อมอีกสองเพลงสนุก ๆ น่าโยกเบาได้อย่าง ‘Disconnected World’ และ ‘A Girl from Spiral Morning’

ในทันทีที่เพลง ‘Whoa!!’ ประกอบกับ ‘This Kind of Meth (Make You Confess)’ ถูกปลุกขึ้นมา เราก็รับรู้ได้เลยว่าหลังจากนี้พวกเขาเอาจริงแน่ ซึ่งเป็นไปตามคาด ผู้ชมโซนตรงกลางเริ่มสะบัดแขนขาร่างกายอีกครั้งผ่าน ‘Circuit of Conversation’, ‘Mind Triggers’, ‘T.N.T.B. Hurts’ ‘Pistol Parade’ ไปจนถึงเพลง ‘Live Wires’ และ ‘High Heel’ กับดนตรีที่ซัดมาอย่างไม่บันยะบันยัง จนคนข้าง ๆ ต้องตะโกนบอกว่า “พอได้แล้วครับพี่” คือเหนื่อยกันแบบไม่รู้จะสรรหาคำไหนอธิบายจริง ๆ ก่อนพวกเขาจะใช้พลังเฮือกสุดท้ายปาไปให้เหล่าคนดูแนวหน้าไล่ถึงหลังด้วย ‘(She Loves Her) Expenzive Hairstyle’ และ ‘Christine Thompson’ ที่ใส่สุดสมชื่อ ยาดมต้องสปอนเซอร์หรือไม่ ไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ ๆ ขอพักไปสูดอากาศหายใจข้างนอกแป๊ป!

Natsuko Miyamoto of Mass of the Fermenting Dregs | © Tanatchai Mukem (wisas)

และช่วงเวลาที่ใครหลายคนรอคอยก็มาถึง Mass of the Fermenting Dregs ฝ่าความสลัวของไฟเวที หยิบเครื่องดนตรีชิ้นเอกขึ้นสะพาย พร้อมแสตนบายกลางเสียงเงียบงัน เมื่อพวกเขาพร้อมใจกันนับถอยหลัง “เซย์…โนะ” ความระหึ่มก็ได้ส่งผ่านมอนิเตอร์ตู้ใหญ่ด้วยย่านเบสที่กระแทกสู่ร่างกายเข้าอย่างจังด้วยเพลงวอร์มอัพ อาทิ ‘Kakuiu Mono’, ‘She is inside, He is outside’ และ ‘Aoi, Koi, Daidai-iro no Hibi’ นอกเหนือการเปิดตัวที่ทรงพลังและน่าประทับใจ พวกเขายังแวะทักทายแฟนคลับประกอบกับท่อนกู่ร้องของผู้ชมที่ส่งเสียงเชียร์เป็นระยะ

ถัดมาเป็นเพลงป๊อปกลิ่นอายชูเกสผสมจังหวะริไววัลบนเสียงร้องหวาน ๆ เช่น ‘Sugar’ และ ‘New Order’ ก็น่าจะเป็นเฟิร์สอิมเพรสชั่นที่ทำใครหลายคนรู้จักพวกเขา ก่อนวงจะเริ่มบรรเลงเพลง ‘1960’ ที่นวดคลึงโสตประสาทด้วยเสียงเบสคลอริทึ่มกลอง แล้วหยอกผ่านริฟฟ์กีตาร์เท่ ๆ อันสอดประสานกับไลน์คอรัสจากทั้งสาม ถึงเพลงนี้จะกินระยะร่วม 8 นาที แต่ ไดนามิกที่ผลัดกันสลับขึ้นลงก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเบื่อแต่อย่างใด แต่มันทวีคูณความเข้มข้นไปเรื่อย ๆ แล้วตัดเข้า ‘Dramatic’ กับ ‘End Roll’ ที่ดีไซน์ทรานสิชั่นระหว่างเพลงก่อนหน้าไปจนถึงช่วงสุดท้ายของเพลงหลังได้อย่างสวยงาม เล่นทำเอาเราน้ำตาไหลพรากออกมาแบบไม่รู้ตัว

Crowd Surfing at Blueprint Livehouse during MOTFD Set | © Tanatchai Mukem (wisas)

หรืออย่าง ‘Slow Motion Replay’ ก็เป็นเพลงที่ช่วยเสริมความครึกครื้นในห้องหับอีกเท่าตัว ต่อด้วย ‘Asahihangu’ และ ‘World Is Yours’ กับการร่ำลาไปพร้อมจังหวะสนุกสนานชวนโยกหัวเหมือน Ending Song ในอนิเมะสักเรื่อง ทว่าค่ำคืนนี้ยังไม่จบ สิ้นสุดเสียงตะโกนขอ “One More Song…” พวกเขาก็กลับมาจัดหนักจัดเต็มใน ‘Highlight’ และ ‘Bears’ สองเพลงปิดท้ายที่ทำให้แฟนคลับกระชุ่มกระชวยหัวใจถึงขีดสุด พอเราได้เห็นรีแอคชั่นของคนดูที่เอนจอยตั้งแต่ต้นจนจบงานแบบเรียลไทม์ก็รู้สึกแฮปปี้ตลอดทั้งขาไปและขากลับ เพราะประสบการณ์ที่มีชีวิตชีวาสำหรับคอเพลงแล้ว นอกจากคอนเสิร์ตดี ๆ ก็คงหาประสบการณ์แบบนี้ได้ไม่บ่อยนัก และงานนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักกับพวกเขา สามารถไปอ่านบทความแนะนำวงได้ที่ COSMOS DISCOVERY: Mass of the Fermenting Dregs

+ posts

แบม นักเขียนผมสั้นผู้ฟังเพลงไทยเป็นชีวิตและรักเพลงเทศเป็นจิตใจ

Related Articles

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy