Narrow Head live in Bangkok สุดยอดโชว์พร้อมวงตระกูลเกซที่ไม่อาจลืม

by Nattha.C
174 views
Narrow Head live at Blueprint Livehouse

Narrow Head จัดเป็นศิลปินกลุ่มแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกจากสังกัด Run For Cover Records ค่ายเพลงสัญชาติอเมริกาที่เต็มไปด้วยวงดนตรีแถวหน้าอย่าง Basement, Citizen, One Step Closer, Turnover โดยการมาเยือนไทยในครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกในฐานะเต็มวง หลังนักร้องนำและมือกลองหนุ่มแวะมาเล่นให้วง Skourge ในงาน Concrete Jungle Festival เมื่อช่วงกลางเดือนก่อนหน้า

ตั้งแต่ผลงาน Moments of Clarity ถูกปล่อยออกมาในปี 2023 พวกเขาก็ได้กระแสตอบรับที่ดีพอสมควรจากสื่อดนตรี นักวิจารณ์เพลง และแฟนคลับจำนวนไม่น้อย รวมถึงเราที่ตั้งหน้ารอคอยการมาไทยหลังฟังอัลบั้มนี้วนไปสิบกว่ารอบ ตอนเปิด Apple Music Replay แอบตกใจเหมือนกันว่าฟังไปเยอะขนาดนี้เลยทีเดียว ด้วยสไตล์ที่ควบรวมระหว่างอิทธิพลของดนตรียุค 90 อย่างร็อก กรันจ์ ชูเกซ ผสมเมโลดิกแบบเมทัลและโพสต์ฮาร์ดคอร์ ทำให้บรรดาเซ็ตลิสต์เพลงชุดนี้ที่วงหยิบมาเล่นเคียงคู่ชุดก่อนหน้ามีทั้งความหนักเบาที่สามารถเอนจอยได้

Telever at Blueprint Livehouse © Juthecrew (Peerasit Pimparu)

29 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 18.45 เรารีบปรี่ลงจากรถมอเตอร์ไซค์ เดินเท้าดุ่ม ๆ ไปยังหน้า Blueprint Livehouse ที่คุ้นเคย แลกริสแบนด์เสร็จก็ไปยืนจับจองอยู่แถวหลัง จากจำนวนคนที่ไม่ค่อยเบียดเสียดมาก ทันทีที่ Telever ขึ้นเล่นในสิบห้านาทีให้หลังก็เริ่มมีผู้ชมทยอยเปิดประตูเข้ามาเติมเต็มให้ห้องแน่นขนัดแต่ไม่อึดอัด พวกเขาเปิดด้วย Whole จากอัลบั้ม ‘Inside the Game’ ผลงานเต็มชุดแรกและล่าสุด ก่อนจะหยิบเพลงดุสู้กับเพลงช้า

อาทิ Sabotage, Today, Once, Always, Wednesday แล้วส่งไม้ต่อให้ Ghost เพลงประจำตัวกับจังหวะต่อยตีเครื่องดนตรีพร้อมเมโลดี้ที่ติดหูเราเรียบร้อย เสียดายที่เทมโปดรอปจนหนืดไปนิด แต่ช่วงท้าย Us ได้ปลุกหัวใจอีกครั้งผ่านทำนองซึมเซาในสไตล์นูเกซที่โคตรอีโม แม้โชว์โดยรวมของวงบางช่วงยังรู้สึกต่อไม่ติดเท่าไหร่ ไม่ว่าจะจากการเรียงเซ็ตลิสต์หรือความตื่นเต้นเองที่เราพอเข้าใจได้ ยังไงก็ตามคิดว่างานต่อไปวงต้องเก่งขึ้นแน่นอน

Milledenials at Blueprint Livehouse © Juthecrew (Peerasit Pimparu)

ถัดมาเป็นตา Milledenials วงดนตรีนอยซ์ป๊อป-อีโมเกซสัญชาติอินโดที่เรากึ่งคาดหวังและไม่คาดหวัง ทว่าพอพวกเขาวอร์มช่วงเริ่มแล้วตัดเข้าเพลง Youth LiFe ปุ๊ป! ภายในห้องสี่เหลี่ยมมืดครึ้มก็เปี่ยมสีสันและพลังงานเต็มร้อยยิ่งกว่าได้ซดเครื่องดื่มชูกำลังตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น การคัฟเวอร์ Linger อีกหนึ่งซิงเกิ้ลยอดฮิตของ The Cranberries ไปจนถึงเพลง Precious Me และ Feel Any Pain ที่แพ็คคู่ท่วงทำนองป๊อปร็อกกระฉับกระเฉง

เห็นพวกเขาส่งรอยยิ้มน่ารักสดใสก็อดใจไม่ได้จนต้องปรับมู้ดให้ไบรท์ตาม เว้นแต่เซ็ตลิสต์ครึ่งหลังนี่เล่นเอาซะอยากตะโกนจนสุดลูกคอใน Kenneth และ Deny, Denial ที่ไม่นึกว่านักร้องเธอจะว้ากได้สะใจ แถมปล่อยให้เราน้ำตาไหลจนหมดก๊อกได้ในเพลง Wide Eyes และ Syndrome บนเนื้อหาและดนตรีเศร้าหมองแต่ดุเดือด ก่อนจบที่ Permanent Fling สิ่งที่เราประทับใจคือถึงโชว์จะมีช่วงพักแต่อารมณ์ไม่ดรอปเลย ทั้งลวดลายของมือเบสที่ออร่าเด็กฮาร์ดคอร์มันพุ่งจัด กระทั่งฝั่งกีตาร์ที่โซโล่สลับกับไดนามิกกลองที่มองดูหรือฟังกี่ทีก็เพลินมาก

Death Of Heather at Blueprint Livehouse © Juthecrew (Peerasit Pimparu)

ต่อกันที่ Death Of Heather อัลเทอร์เนทีฟร็อก-ชูเกซที่กลับมาบิวต์ให้เราอินกับบรรยากาศของกำแพงเสียง โดยเริ่มจากบรรดาเพลงช้าสลับกลางอย่าง Drained และ Head In The Sand, Gaze At The Ceiling ริฟฟ์กีตาร์ที่คลอเป็นระนาบคู่เบสกลอง ชวนให้เรารู้สึกคงที่พร้อมล่องไปในซาวด์ดนตรี ซึ่งยังคงมอบความอบอุ่นปะปนกับภวังค์ที่ยิ่งนึกถึงความทรงจำทับซ้อนยิ่งบาดลึกเสมอ และน่าจะเป็นจุดเด่นของวงด้วย

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็นำ Living Slow Disaster หนึ่งในเพลงจากอัลบั้ม Self-Titled มาเล่นก่อนส่งเข้า Endless Emotions ลูกกลองจังหวะเน้นย้ำราวเสียงมาร์ชชิ่งที่ช่วยขับเค้นมิติของเมโลดี้และกีตาร์ swirling อันพร่างพราวนั้น ก็มีให้พบเห็นในเพลง Drown และ Pretty Things ทั้งท่อนที่ค่อย ๆ บรรเลงอย่างละเมียดสู่ท่อนที่พุ่งทะยานและแสบพร่าไปทุกอนู เช่นเดียวกับเหล่าผู้ชมที่เริ่มจากการโยกหัวเบา ๆ ก่อนกระชากร่างกายไปตามเสียงเพลง

Narrow Head

และเวลาที่เรารอคอยก็มาถึง Narrow Head หนุ่มใหญ่สี่คนเชิญชวนให้ทุกคนกระโดดกันตั้งแต่วินาทีแรกที่จังหวะหวดกลองเรียกขวัญใน Sunday โหมใส่พร้อมต่อด้วยไลน์สตรัมกีตาร์จาก The Real ผสมเสียงร้องที่รับส่งระหว่างผู้ชมกับนักร้องนำที่ก้องกังวานจวบจนสิ้นเสียงสุดท้ายของเอฟเฟกต์ดิสทรอชัน แล้วเจคอปก็พูดทักทายว่า “Do y’all feel good?” ก่อนซัดต่อด้วย Moments of Clarity

แม้ทัวร์ในครั้งนี้จะเลือกใช้ชื่อผลงานล่าสุดของพวกเขา ทางวงก็ไม่ลืมหยิบเพลงจากอัลบั้ม ‘12th House Rock’ และ ‘Satisfaction’ อาทิ Stuttering Stanley, Cool In Motion, Night Tryst กับเบสไลน์อันโดดเด่นที่พาเราย้อนกลับไปวัยหัดฟังกรันจ์หรืออัลเทอร์ ซึ่งแทรกด้วย Caroline บนท่วงทำนองที่ปรุงแต่งระหว่างสัมผัสนุ่มละมุนของเมโลดี้ไลน์แบบซอฟต์ร็อก ผนวกกับริทึ่มสไตล์ฮาร์ดร็อกอย่างกลมกล่อม

มาถึงช่วงที่เริ่มทวีคูณความเดือดพล่านจาก Paranoid Hands สู่เพลง Hard To Swallow ที่ปลุกอะดรีนาลีนผ่านซาวด์ดนตรีและวิธีการร้องแบบเมทัล ความร้อนแรงที่ฉุดไม่อยู่และไม่อาจห้ามใจยืนนิ่งได้ ส่งพลังให้ทุกคนสะบัดหัวหรือโชว์สเต็ปแบบออกรส ณ ตอนนั้นประกอบไปด้วยวงแท็กวงมอช และกลุ่มคนที่วิ่งขึ้นไปบนเวทีเพื่อผลัดกัน Stage Dive ลงมา นับเป็นความสนุกสนานอย่างหนึ่งในวัฒนธรรมการชมคอนเสิร์ตยุคนี้ แต่ต้องยอมรับว่าในแต่ละครั้ง อาจมีการบาดเจ็บหรืออุปกรณ์เสียหายร่วมด้วย จึงอยากขอให้เพื่อน ๆ ระวังกันนิดนึง (กราบ)

หลังทีมงานช่วยประคองโชว์ เช็คเครื่องดนตรีกันอยู่สักพักใหญ่ เนื่องจากไฟกระชากกะทันหันทำให้บอร์ดเอฟเฟกต์ กีตาร์ เบสดับพรึ่บ พวกเขาก็กลับมาจัดอีก 5 เพลงไล่เรียงตั้งแต่ Gearhead, การคัฟเวอร์ Love Sick ของวง Crown of Thornz หนึ่งในแกนนำของซีนนิวยอร์กฮาร์ดคอร์ช่วงกลางยุค 90s ที่มีแก๊ป (Holding On Records, REXREZ) และสมาชิกวง WHISPERS มาแจมบนเวที, Flesh & Solitude, Fine Day และเซอร์วิสแฟนด้วย Make It Hurt จากอีพีอัลบั้ม ‘Far Removed’ ที่ปิดเซ็ตอย่างอิ่มเอม ถึงสภาพใครต่อใครจะเหงื่อไหล สะบักสะบอมบ้าง แต่ก็คุ้มค่าแก่การรับชมตลอดทั้งโชว์

Narrow Head
Narrow Head at Blueprint Livehouse © Juthecrew (Peerasit Pimparu)

Related Articles

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy