The Strokes Live in Bangkok ครั้งแรกกับคอนเสิร์ตที่วัยรุ่นขาเดฟรอคอยมาเป็นสิบปี!

by Montipa Virojpan
910 views
the strokes live in bangkok viji crop review

เมื่อวานนี้เป็นวันที่ฝันของชาวการาจร็อกไทยเป็นจริง เมื่อ The Strokes วงฮีโร่ของหลาย ๆ คนจากนิวยอร์กบินมาเล่นให้เราดูกันสด ๆ หลังจากรอแล้วรอเล่ามาหลายปี ตั้งแต่ผมเท่าติ่งหูจนตอนนี้บางคนน่าจะแต่งงานมีลูกกันไปแล้ว ดังนั้นบรรยากาศที่ธันเดอร์โดมก็เลยเต็มไปด้วยพี่น้องเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันซะมาก ชนิดที่ว่าเดินไปสามก้าว จะต้องแวะทักคนนั้นที คนนี้ที รู้สึกคึกคักมีชีวิตชีวาสุด ๆ

รอบนี้ทางผู้จัด Viji Corp ได้เปิดให้คนเข้ามาแลกรับริสต์แบนด์และจับจองของที่ระลึกของวงกันก่อนหลายชั่วโมง แต่เรามาถึงที่งานตอนประมาณทุ่มนึง แล้วก็เดินไปแลกริสต์แบนด์ตอนทุ่มครึ่ง การจัดการแถวของรอบนี้ดีขึ้นมากเทียบกับตอน The Killers ที่มีผู้ชมผู้โชคร้ายยืนต่อแถวอยู่โดยไม่รู้ว่าวงเล่นเพลงแรกไปแล้ว (แล้วดันเล่น ‘Mr. Brightside’ เปิดด้วย ปกติน่าจะเป็นเพลงปิด) โดยรอบนี้เขาเอารัวมากั้นซ้อน ๆ กันให้คนเดินวนแถว แล้วเราก็แค่โชว์บัตรประชนชนกับ QR code ให้สต๊าฟจัดการรวดเร็วดีมาก

ขอบคุณ Harmonica

เราเข้ามาในฮอลประมาณสิบนาทีก่อนที่โชว์จะเริ่ม คนที่เป็น opening act ให้กับทัวร์นี้คือ Promiseland หรือ Johann Rashid ซึ่งเป็นศิลปินในสังกัด Cult Records ของ Julian Casablancas ฟรอนต์แมนของ The Strokes นั่นเอง เราได้ยินชื่อของเขาคนนี้มานานหลายปีมาก ๆ จากรุ่นพี่ที่อยู่นิวยอร์ก แล้วก็ได้ดูวิดิโอเล่นสดของเขาคนนี้ เขานำเสนอการแสดงที่พลังงานพุ่งพล่านไปพร้อม ๆ กับบีตอิเล็กทรอนิกอินดัสเทรียล ในคลับโชว์หนึ่งเขาปีนป่ายระเบียงของเวนิวนั้น แล้วพี่เขาก็พูดเสมอว่าอยากให้โยฮันได้มาเล่นที่ไทย นี่ก็เหมือนฝันที่เป็นจริงของทั้งเราทั้งเขานะเพราะเขาอยากมา แล้วเราเองก็อยากดู แต่เมื่อวานนี้ฮอลมันค่อนข้างใหญ่ทำให้นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเขาจะระเบิดเอเนอร์จี้ออกมายังไง

ทว่าไม่ทันที่นาฬิกาจะเปลี่ยนเป็นเลข 8 เขาก็ขึ้นมาบนเวทีพร้อมกล่าวทักทายคนดู แล้วเดินไปยืนอยู่ด้านหลังอุปกรณ์พร้อมกับบรรเลงบีตอินดัสเทรียลหนักแน่น ซาวด์หลอนหน่อย ๆ ไลน์เบสอื้ออึงไปทั่วโซน Standing A แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าควรถอยออกมาดีไหมเพราะมันเป็นจุดที่ยืนแล้วเห็นเวทีชัดมาก ๆ น่าจะดีสำหรับโชว์ถัดไป ไม่นานนักเขาก็เริ่มวิ่งไปทั่วเวที ไปจนถึงทำท่า handstand (ตีลังกาเอาเท้าชี้ฟ้าแล้วยืนด้วยมือ) เรียกเสียงฮือฮาคนดูไปได้หนึ่งกรุบ

จากนั้นเขาก็คุยกับคนดูว่า “คุณก็รู้ว่าทำไมผมชอบที่นี่ เพราะมันเจ๋งสุด ๆ ไปเลยยังไงล่ะ” แล้วก็เล่นเพลง ‘Personal Reflektor’ บีตลูปเท่กับซินธิไซเซอร์ประหนึ่งหนังทริลเลอร์ไซไฟยุคเก่า ต่อด้วยบีตสุดคลั่งกับสปอตไลต์ที่วูบวาบชวนตื่นตาทั้งโชว์ ก่อนจะเปลี่ยนไฟจากสีแดงฉานเป็นเขียวฉาบไปทั้งเวทีพร้อมกับท่อนดรอป ลากเข้าเพลงบีตหนืด ‘My Shadow’ ที่เขาเริ่มแรปไปกับดนตรีดาร์ก ๆ ความรู้สึกเพลงนี้เหมือนผสมผสานไปด้วยทั้งเร็กเก้ แล้วก็นูเมทัล แต่ถูกแปรสารออกมาในเอเลเมนต์อิเล็กทรอนิกทั้งเพลง เท่จัด ๆ แต่ส่วนตัวก็รู้สึกว่าเขาควรได้ไปโชว์ในที่ที่กะทัดรัดกว่านี้ พลังงานรับส่งกับคนดูมันจะต้องบ้าคลั่งแน่ ๆ แล้วก็เล่นเพลงที่ออกทรานซ์เดือด ๆ

The Strokes

ที่เขาวิ่งไปปีนรั้วเอนเตอร์เทนคนดู ตอนแรกคิดว่าเขาขอเบียร์คนดู แต่ได้ยินมาหลังไมค์อีกทีว่าจริง ๆ คนดูยื่นเบียร์ให้เขาจ้า จบเพลงเขาเลยขอบคุณ “Thank you for your beer. It’s pretty good.” ก่อนจะบอกว่าต่อไปจะเล่นเพลงบัลลาดอีกซักเพลง ในใจก็คิดนะ ว่าพี่เขามีเพลงช้าด้วยหรอคะ อ่อ มันก็คือเพลงมีเดียม เพราะส่วนใหญ่พี่เขาจะเล่นเพลงเร็วเพลงหนัก อันนี้เป็นซินธ์จัด ๆ ให้ความรู้สึกแบบเพลง ‘Love Will Tear Us Apart’ ของ Joy Division ยังไงยังงั้น

จบเพลงนี้ เขาก็บอกว่า จะเล่นอีกหนึ่งเพลง ขอเวลาสองวิในการหายใจ อีกหนึ่งวิเพื่อที่จะคิดว่าจะเล่นเพลงอะไร แล้วก็อีกสามวิให้ได้ดวดเรดบูลเพิ่มพลังซะหน่อย ก่อนจะขอบคุณ The Strokes ที่ชวนเขามาร่วมทัวร์นี้ “I fucking love it here. Everyone is cool and nice. It’s so doped!” แล้ว strobe light ก็ซัดสาดกระหน่ำคนดูมาอีกระลอกเอาให้ตาบอดกันไปข้าง ฮาร์ดเทคโนกับซินธ์เบสหนักหน่วงที่ตัวเขาเล่น ๆ อยู่ก็ลงไปนอนกับเวที ก่อนจะเล่น ‘Take Down The House’ เพลงเดือดอะดรีนาลีนพุ่งพล่าน โดยตอนต้นเพลงไฟสว่างจ้า เขาบอกขอให้ดิมไฟหน่อย แต่ก็ยังไม่ดิมซักที เลยอะ ไม่เป็นไร เล่นต่อ

แต่สักพักทีมงานก็จัดให้ ชีก็ขอบคุณกันไปและเริ่มปล่อยพลัง ซึ่งก็มีคนยื่นเบียร์ให้เขากินอีกรอบ พอขึ้นไปบนเวทีแอบทำเบียร์หกนิดนึงก็อุตส่าห์จะเช็ดให้ด้วยพ่อคุณ จบเพลงเขาก็กลับมาอยู่หลังซินธ์แล้วขอ ‘reset stage’ ด้วยการคูลดาวน์ไปกับเพลงซินธ์ฉ่ำจังหวะกลาง ๆ เตรียมอุ่นเครื่องเข้าโชว์ของ The Strokes ในอีกครึ่งชั่วโมงต่อไป

สามทุ่มเจ็ดนาที เสียงเพลงในฮอลหรี่ลงและไฟเฮาส์ที่ค่อย ๆ ดิมตามถูกสวนขึ้นมาด้วยเสียงเฮของฝูงชนที่รอด้วยใจจดจ่อ จอด้านหลังค่อย ๆ ปรากฏโลโก้ The Strokes ปลุกเร้าให้คนรอบ ๆ เราส่งเสียงดังขึ้นคลอไปกับเพลง futuristic synth ที่บรรเลงประกอบ เราที่ยืนอยู่ตรงกลางค่อนไปทางหน้า ๆ ของโซน Standing A มาค้นพบเอาเข้าจริงว่า ตรงนี้มันเป็น best spot ตรงไมค์พอดีเลย! แต่… ด้านหน้าของดิฉันขนาบไปด้วยบุคคลตัวสูง สูงไม่พอ คือสูงใหญ่ เท่านั้นไม่พอ คนคนเดียวกันนี้ยังถ่ายวิดิโอ ตลอด เว ลา ถ่าย 10-15 วิไม่เท่าไหร่อะ แต่อันนี้คือถ่ายนาน ถ่ายทุกเพลง ทุกคอรัส คือเป็นอะไรรรรรรรรร มึงสูงด้วยไง เหยิบไปทางไหนก็ติดมึง บังโว้ยยยยย

ขึ้นแล้ว ลงก่อน มาเริ่มกันที่เพลงแรก (ที่ก็โดนบดบังทัศนียภาพไปประมาณ 60% ไม่เป็นไร จ้องพี่อัลเบิร์ตแทน) โดนเส้นกันถ้วนหน้ากับ ‘The Modern Age’ ที่คนดูแถบ ๆ เราก็ช่วยกันร้องตามได้เสียงดังลั่น ไม่เว้นแม้แต่เพลงอัลบั้มใหม่ล่าสุด ‘Bad Decisions’ ที่คนร้องได้แบบเก็บครบทุกริฟ ทุกท่อน ช่วงท้ายเพลงจบแบบซาวด์หนา ๆ แกรนด์ ๆ ฟินมาก ไม่แน่ใจคือโซนอื่นจะบอกว่าซาวด์ไม่ค่อยโอเค กีตาร์แหลม เดซิเบลดังไปถึง 120 แต่ตรงเรารู้สึกโอเค ในขณะที่ตอน Promiseland เล่นคือซาวด์อึ๊ดมาก หูดับ เทียบกับ the Strokes เล่นคือฟังสบาย ๆ เลยเข้าใจว่าสถานที่อะคูสติกไม่ค่อยโอเค ทำซาวด์ยาก เลยต้องปรับเสียงดังเข้าสู้ (ผู้มีความรู้ท่านหนึ่งแบ่งปันความคิดเห็นกับเรา) จากนั้นวงก็เล่น ‘Undercontrol’ ให้โยกเพลิน ๆ กันไป

‘Good evening, mother fucking Bangkok!’ จูเลี่ยนทักทายเรากันหลังจบเพลงและเล่นเพลงจากชุดใหม่ ‘The Adults Are Talking’ ที่คนดูฮัมกันตั้งแต่อินโทร ช่วงนี้เราเริ่มได้กลิ่นคนสูบกัญชาภายในฮอล คือฉันก็เป็นคนนึงที่สูบ แต่เล่นกันให้รึ่มควันโขมงกลิ่นคลุ้งแบบนี้มันก็ไม่ควรเท่าไหร่อะน้า มีหลายคนที่ไม่ชอบกลิ่นแล้วมันรบกวนการดูเหมือนกัน แล้วก็เป็นเพลง ‘Meet Me in the Bathroom’ ว่าไปก็อยากดูสารคดีของวงยุค 2000s ที่ใช้ชื่อเดียวกันกับเพลงนี้เหมือนกันนะเนี่ย

ทันทีที่อินโทรเพลงนี้ขึ้น เราแทบจะกระโดดลืมว่าตัวเองเพิ่งผ่าตัดมา ‘You Only Live Once’ น่าจะเป็นเพลงแรก ๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักกับวงนี้เลยมั้ง แล้วมันดีงามมากโมเมนต์ที่ทุกคนรอบ ๆ ร้องเพลงนี้ไปพร้อม ๆ กัน รู้สึกเด็กลงไปอีกสักสิบปีได้ สังเกตว่าวิชวลกับไฟคือจะเล่นกับเสื้อสกรีนของจูเลี่ยนที่ทำให้เป็นสีเรืองแสง ตานี่ดูจะชอบอะไรแบบนี้มาก เห็นตั้งแต่โชว์ The Voidz ที่ Primavera Sound ละ จบเพลงนี้จูเลี่ยนก็พูดคุยกับคนดู “Damn, you guys… You guys sing really good. I’d record you guys in the studio” เรียกฮาได้หนึ่งที แล้วเขาก็บอกว่าจะเล่นเพลงนึงที่ไม่ได้เล่นมานานมาก “ไม่รู้ใช่มั้ยล่ะว่าเพลงอะไร มันเป็นเพลงที่แย่ที่สุดตลอดกาลของพวกเราเลยล่ะ” แล้วพวกเขาก็เล่นเพลง ‘Life Is Simple in the Moonlight’ ที่ไม่ได้เล่นมาตั้งแต่ 2011 นู่น แค่ขึ้นโน้ตแรกมามีบางคนรู้แล้วก็ส่งเสียงเฮดีใจกันยกใหญ่

จบเพลงเหมือนเขาทำไมค์พังหรืออะไรสักอย่าง ก็บ่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ตามประสา “ขึ้นชื่อว่านี่ชอบพังไมค์… ทุกคนเจ๋งมาก สถาปัตยกรรมงดงาม ผู้คนไนซ์ คุณรู้อยู่แล้วแหละน่าไม่ต้องให้ผมอวยเยอะหรอก” แล้วก็เล่นเพลง ‘Barely Legal’ กับกีตาร์ที่ติดหูสุด ๆ “ทุกคนเป็นยังไงกันบ้าง มาปาร์ตี้กันต่อเลย… อะไรนะ ได้ยินว่าคุณพูดว่าไม่? อ๋อ ไม่ใช่หรอ เมื่อกี้เหมือนพูดว่า ม้ายยยยยยย” แล้วไฟสปอตไลต์ก็คลั่งต่อพอ ๆ กับดนตรีในเพลง ‘Juicebox’ ก่อนจะพาเราไปสงบสติอารมณ์ใน ‘Is This It’ ที่ถ้าเราไม่ได้ฟังสด ๆ เราจะไม่สังเกตว่าเบสไลน์เพลงนี้เพราะมาก น่ารักมาก ฮือ พอเล่นเสร็จ จูเลี่ยนก็ส่งเสียงวู้ว ๆๆๆๆๆๆๆ “ธันเดอร์โดมมมม นี่เป็นชื่อเวนิวที่เจ๋งสุดที่ผมเคยได้ยินมาเลย” แล้วก็เล่น ‘Red Light’ ก่อนจะถามว่า “What’s next boss?” มีคนดูตะโกนขึ้นมาว่า Last Nite แต่เขาก็บอกว่า ยังไม่ใช่เพลงนั้น แต่เป็นเพลง ‘Someday’ กับวิชวลที่เป็นปกอัลบั้ม Angels สีแบบเมมฟิสดีไซน์น่ารักมาก ๆ

The Strokes
ขอบคุณ Harmonica

จบเพลงเห็นมีคนทำป้ายกระดาษมา เขียนว่า ‘I wanna play drums for Last Nite’ แล้วกล้องก็จับไปที่ข้อความนั้น วงเห็นป้ายแล้วก็ปรึกษากันพักนึง ไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง แต่พวกเขาก็เล่นริฟนึงขึ้นมา จูเลี่ยนบอกว่า แหม อัลเบิร์ตก็ไป tease คนดู แล้วก็เล่น ‘Welcome to Japan’ ต่อด้วย ‘Soma’ ซึ่งในเพลง ‘Last Nite’ เขาก็ให้คนที่ชูป้ายคนนั้นขึ้นมาตีจริง ๆ เขาคือปีเตอร์ ชายผู้กล้าที่คืนนี้ฝันของเขาเป็นจริง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้คนดูหลายคนที่เฝ้ารอจะฟังเพลงนี้แบบสด ๆ ครั้งแรกก็ลุ้นไปตาม ๆ กัน ซึ่งมันก็เป็นโมเมนต์ที่น่ารักและทำให้เห็นว่าวงไนซ์ที่เปิดโอกาสให้แฟนเพลงขึ้นมาแจม แต่พอเล่นไปได้ซักกลาง ๆ เพลงน้องเขาเริ่มแผ่ว สมาชิกวงต่างมองเอาใจช่วย ฟีลแบบ อย่าแผ่วนะเอ็ง ‘Last Nite‘ คืนนี้เลยอาจจะไม่ใช่เวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบนัก คิดว่าหลายคนก็หวังให้วงเล่นต่ออีกครึ่งเพลงในเวอร์ชันตัวเอง พอจบเพลงอารมณ์คนดูเลยค้างเติ่งไปแว้บนึงเหมือนกันเพราะมันเป็นช่วงอังกอร์พอดี

หลังจากตบมือและส่งเสียงร้องกันมาสักพัก วงก็กลับขึ้นมาพร้อมจูเลี่ยนพูดอารมณ์ดี “Okay we’re still here” แล้วก็เหมือนบอกว่ามีปัญหาอะไรขัดข้องนิดนึงมั้ง แต่ก็เล่นเพลง ‘Hard to Explain’ ที่วิชวลกับไฟดีม้ากกกก “Thank you so much guys, Thailand. Such a great vibe, such a great vibe… Who wants a pick?” สิ้นคำถามของจูเลี่ยนไม่เกินหนึ่งวิ เราก็รู้สึกว่าอะไรหล่นมาติดที่ผมเรา พอเอามือคลำ ๆ แล้วก็หยิบออกมาดูก็พบว่า… มันคือปิ๊กกกกกกก นี่คือออกจากโรงพยาบาลมาลุยอีเวนต์แรก ก็รับโชคกันไปเลยทีเดียว ตื่นเต้นได้แปปนึงเขาก็เล่น ‘Automatic Stop’ อีกเพลงโปรดของเรากันต่อ แล้วจบเพลงจูเลี่ยนก็เล่าว่า เนี่ย “I went to the show that were all lady boys. They’re the best… you got hot girls and then I want to suck your dick” วี้ดว้ายกันทั้งฮอล

“I had fun so far. Best venue, you’re nice and cool. Thank you. Have a good night.” และจบไปแบบปัง ๆ กับ ‘Reptilia’ ซึ่งเป็นเพลงที่เราได้ยินครั้งแรกจากช่อง Channel [V] Thailand รายการ Bird Eye View ที่ตัดเอาอินโทรของเพลงนี้ไปเป็นจิงเกิ้ลประกอบ จากที่ได้ยินมาตลอดในทีวี ตอนนี้ได้ฟังสด ๆ กับหูตัวเองแล้วแม่ ไฟคลั่งมาก อยากบ้า ฮือ

และนั่นก็คือโชว์จากวงที่เป็นไอดอลของใครหลายคน ที่บัดนี้ก็ได้ยลกันแบบสด ๆ ฟินกันไปเป็นแถบ ๆ สมการรอคอย จริง ๆ นี่ก็อยากจะได้ฟังเพลงอัลบั้มใหม่เยอะกว่านี้อีกนิดแฮะ แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นเอเชียทัวร์แรกเลยหยิบเอาเพลงฮิตมาเน้น ๆ ทดลองตลาดกันก่อน ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าครั้งหนึ่งในชีวิต ขอบคุณ Promiseland ที่เปิดโลกและระเบิดพลังกันในต้นโชว์ และ The Strokes ที่นำเอาความสนุกในวันวานกลับมาอีกครั้ง

ขอบคุณรูปจากเพจ Harmonica

The Strokes
+ posts

อิ๊ก นักเขียนสายดนตรีที่เกือบจะต้องวางมือ แต่คงหนีไม่พ้นเพราะยังอยากพูดถึงวงและเพลงดี ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ

Related Articles

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy