VINI พูดถึงดนตรีป็อปหลากอารมณ์ใน EP ล่าสุดของพวกเธอ ‘love chronicles’

by McKee
169 views
VINI love chronicles Japan New Echoes pop

หลังจากที่ VINI ดูโอ้ป็อปมากเสน่ห์ พา EP ล่าสุดของพวกเธออย่าง love chronicles ไประเบิดความสนุกถึงประเทศญี่ปุ่นเรียบร้อย พร้อมเสียงตอบรับที่อบอุ่นเกินคาดจากแฟนเพลงต่างแดน วันนี้ทั้งสองคนจะมาเล่าเบื้องหลังการทำงานของ EP นี้ ที่ไม่ใช่แค่การรวมเพลงป็อปหลากรส แต่ยังสะท้อนการเติบโตทั้งในแง่แนวทางดนตรีและตัวตนของวง ด้วยความตั้งใจที่มากขึ้น โฟกัสที่ชัดขึ้น และการทดลองร่วมกับโปรดิวเซอร์หลากสไตล์

ทั้งฟ่งและปายก็อยากแชร์ประสบการณ์จากเวทีต่างประเทศที่กลายมาเป็นแรงผลักสำคัญ ผ่านเสียงหัวเราะ แรงบันดาลใจ และความเชื่อมั่นของศิลปินรุ่นใหม่ ที่ยังคงเดินทางไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในแบบของตัวเองผ่าน EP นี้ ใน Transmission ครั้งนี้กัน

VINI love chronicles Japan New Echoes pop

สมาชิก VINI
ฟ่ง—ฑิตยา พิภพพรชัย (ร้อง,กีตาร์)
ปาย—รัทยา ผลเกิด (ร้อง, เบส)

ฟ่ง: รู้สึกว่าทั้งสองงานฟีดแบคดีมากเลย ทั้งในโมเมนต์นั้นเอง แล้วก็หลังจากกลับมาก็ยังได้รับฟีดแบคดีมาก ๆ อีก รู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริง ๆ ค่ะ เพราะอย่างงานแรกก็ถือว่าเป็นงานใหญ่เลย จัดแบบทั้งเมืองเลยอะ ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนั้น ก็เลยรู้สึก grateful มาก ๆ ที่มีโอกาสได้ไปเล่น และยิ่งพอเห็นว่ามีวงอื่นจากต่างประเทศร่วมอยู่ในไลน์อัพด้วย ก็ยิ่งรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากค่ะ

ปาย: รู้สึกเลยว่ามีบางคนที่เคยดูเรารอบก่อน แล้วเค้ากลับมาดูอีก ก็รู้สึกว่าน่ารักดี เหมือนเรามีแฟน ๆ อยู่ที่นั่นด้วย เค้าตามรอดูเราจริง ๆ ก็เลยแอบดีใจเหมือนกัน

ฟ่ง: คือตอนแรกก็ตกใจเลยค่ะ ตั้งแต่ตอนที่เขาลงเพลงของเรา ไปเจอเพลงเราได้ยังไงนะ แล้วก่อนที่เราจะไปถึงญี่ปุ่นก็ช็อกรอบสองเลย เพราะทีมงานฝั่งญี่ปุ่นเขาทักมาบอกว่า ขอแอบบอกนะว่า เรนะจะมาดูด้วยนะ ช็อค (หัวเราะ) แล้วพอเจอตัวจริงก็ยิ่งตกใจอีกคือเขาน่ารักมาก ๆ เราไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะตั้งใจมาดูเราขนาดนี้เลย เพราะว่างานนั้นเหมือนวงเราก็เป็นวงหลักของงานเลยที่ Moon Romantic แล้วพอเจอเขาจริง ๆ เขาก็น่ารักมาก พยายามพูดภาษาญี่ปุ่นกับเราแล้วก็มีคนแปลให้ว่าเขาชอบเพลงเรามาก ๆ แล้วเขาก็ดูโชว์จนจบ แล้วก็บอกว่าชอบมาก เราก็ขอบคุณเขายกใหญ่เลย

ฟ่ง: คิดว่าน่าจะเพราะว่าเรายังไม่มี live session ที่เป็นเหมือน live band ชัด ๆ ขนาดนั้นค่ะ แล้วพอเราเปลี่ยนแนวเพลงใน EP นี้ มันก็ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพลงก็ค่อนข้างป๊อปขึ้น แล้วภาพรวมก็ดูสนุกขึ้น เข้าถึงง่าย คนเลยอยากกดเข้ามาดู แล้วอีกอย่างนึงก็น่าจะเพราะทุกคนใส่เสื้อบอลด้วย เพราะในคอมเมนต์ก็พูดถึงเรื่องเสื้อบอลกันเยอะเหมือนกัน (หัวเราะ) ก็เลยคิดว่าโอเค แปลว่า theme นี้น่าจะโดนใจคนดูค่ะ

ฟ่ง: เหมือนด้วยความที่ฟ่งกับพี่ปายเคยแชร์ Playlist กันว่าชอบเพลงประมาณไหน มันก็เลยไม่ยากขนาดนั้นที่จะหาตรงกลาง เพราะบางเพลงมันก็เป็นเพลงที่เราทั้งคู่ชอบอยู่แล้ว เหมือนรสนิยมมันใกล้กันอยู่พอสมควร ก็เลยรู้สึกว่าทุกอย่างมันโฟลว์ขึ้น เพราะเราทำจากสิ่งที่เราชอบอยู่แล้วค่ะ

ปาย: ถ้าพูดตามตรงเลยก็ไม่ได้มีที่มาที่ไปอะไรเยอะขนาดนั้นค่ะ คือก่อนหน้านี้เราทำเพลงมาประมาณ 2-3 เพลงแล้ว เพลงแรกคือ cyber love แล้วเพลงที่สองคือ anti love ทีนี้พอถึงเพลงที่สาม เราก็มานั่งคิดว่า เออ ทุกเพลงมันก็เลิฟหมดเลยแฮะ ชื่อเพลงก่อนหน้าก็ลงท้ายด้วยคำว่า ‘เลิฟ’ ทั้งคู่อีก เลยกลายเป็นว่าบังคับให้ชื่อเพลงต่อไปต้องมีคำว่า ‘เลิฟ’ แล้วแหละ แอบยากนิดนึงแต่ก็พยายามตั้งให้มันลงท้ายด้วย ‘เลิฟ’ ให้ได้ เพื่อให้มันดูเป็น EP ที่มีธีมชัด ๆ ค่ะ

ปาย: เพราะว่าโปรดิวเซอร์แต่ละเพลงเป็นคนละคนด้วยค่ะ อย่างไลน์เบสอะไรพวกนี้ หนูก็คิดไอเดียไปเองบ้าง แต่โปรดิวเซอร์แต่ละคนก็จะช่วยเกลาช่วยแนะนำให้ หนูเลยรู้สึกว่าคาแรกเตอร์ของเพลงมันก็เลยแตกต่างกันตามแต่ละโปรดิวเซอร์ไปด้วยค่ะ เวลาเราทำงานกับใคร เราก็จะหาเรฟเฟอเรนซ์ที่น่าจะเข้ากับโปรดิวเซอร์คนนั้น

ฟ่ง: มี พี่บูม MAKARA, พี่จิน Salad, พี่หมอ FORD TRIO, พี่บิ๊ก Chucky Factory Land ด้วยความที่ตอนแรกเรายังไม่แน่ใจว่าเราอยากจะไปทางป๊อปแบบไหน เพราะเราก็ชอบป๊อปหลายสไตล์ แล้วแต่ละโปรดิวเซอร์ที่มาทำก็มีสไตล์ต่างกันไป มันเลยเหมือนกับว่าทุกคนช่วยกันขัด ช่วยขัดเกลาให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแบบไหนที่เหมาะกับเรา แล้วเราชอบแบบไหนจริง ๆ ค่ะ

ปาย: หนูชอบ lost love ของพี่บูมกับ cyber love ของพี่บิ๊กค่ะ ตอนขึ้นต้นเพลงทั้งสองเพลงมันมีดีเทลเล็ก ๆ ที่รู้สึกว่าใช่เลย ก็เลยรู้สึกชอบมาตั้งแต่ยังเป็นเดโม ก่อนจะเริ่มทำไปเรื่อย ๆ

หนูเองก็ชอบ 4am love เหมือนกันค่ะ เพลงนี้ขึ้นต้นด้วยอะไรที่ค่อนข้างพิเศษ คือพี่หมอกับหนูก็นั่งเขียนเพลงกัน แล้วพี่หมอที่เป็นมือเบสอยู่แล้ว เขาก็อยากให้เราลองเริ่มจากสิ่งที่เราเล่นจริง ๆ เลย แบบว่า ไม่ต้องคิดเยอะนะ ชอบอะไรก็เล่นเลย ซึ่งปกติหนูจะไม่ค่อยขึ้นเพลงโดยไม่มีเมโลดี้เลยนะคะ แต่นี่คือขึ้นไลน์มาแบบไม่มีเมโลดี้เลยจริง ๆ นึกอะไรออกก็เล่นออกมาเลย แล้วพี่หมอก็ช่วยเกลา ช่วยต่อยอดให้ จนสุดท้ายมันก็กลายเป็นเพลงแบบที่ได้ฟังกันนี่แหละค่ะ

แล้วตอนที่นั่งทําเพลงกันอยู่แล้วพี่ Nike Polo เดินเข้ามา เราก็เหมือนเปิดไปว่ายังมีท่อนว่าง ๆ อยู่แล้วก็หันถามว่าพี่นิ้กกี้ลองมั้ย แล้วเขาก็ฮัม ๆ ออกมาแล้วมันก็มาเลย (หัวเราะ) ถ้าให้แร็พมันจะเป็นแบบนี้นะ แล้วพวกเราก็โอเคค่ะ (หัวเราะ)

ฟ่ง: อันดับหนึ่ง ฟ่งก็ยังให้ lost love เหมือนกันค่ะ ชอบการเล่าเรื่องในเพลงนี้ ชอบตรงที่ตอนเขียนวางโครงเรื่องไว้เล่าเป็นฉาก ๆ เป็นตอน ๆ มันมีภาพชัดดี ส่วนถ้ารองลงมา ก็คงชอบ anti love กับ 4am love ที่พี่หมอทำพอ ๆ กัน แต่ว่าถ้า anti love ชอบเพราะภาพรวมของเพลงมันดีมาก ส่วน 4am love ชอบเพราะมีพี่ Nike Polo มา feat. ด้วย

ปาย: เหมือนตอนทำ EP เราคิดไว้ก่อนแล้วว่า ถ้าเล่นสดมันจะออกมาเป็นยังไง เพราะเราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเลยว่าไลฟ์โชว์จะต้องมีมือกีตาร์ มีมือกลองครบแบบเป็นไลฟ์แบรนด์จริง ๆ เราก็เลยวางโครงไว้ตั้งแต่ตอนทำเพลงเลยว่า ถ้าเล่นสดจะออกมาแบบไหน พาร์ตดนตรีเลยไม่ได้ยากมาก เพราะคิดเผื่อไว้แล้วตั้งแต่แรก

แต่ส่วนที่รู้สึกว่ายากหน่อยก็คือพวกเพลงเก่า ๆ เพลงที่เน้น emotional detail หรือมีรายละเอียดเยอะ ๆ พอเอาเพลงแบบนี้มาเล่นสดในโชว์จริง มันก็แอบคิดเยอะเหมือนกันว่าจะถ่ายทอดยังไงให้ออกมาได้ดีค่ะ ตอนอยู่ญี่ปุ่นเราก็ต้องเล่นทุกเพลงเลย เพราะเขาให้เราเล่นหนึ่งชั่วโมง ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ

ปาย: ไม่ได้รู้สึกติดอะไรขนาดนั้นนะคะ เพราะถ้าเป็นคนที่ตามเราจริง ๆ หรือรู้จักเราจริง ๆ เค้าก็จะรู้ว่าไลฟ์สไตล์เรามันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว คือไม่ได้มีภาพว่าเราจะต้องเป็นแบบไอดอลอะไรขนาดนั้นเลยค่ะ

ฟ่ง: อย่างตอนที่ได้ไปญี่ปุ่นครั้งที่สอง สิ่งที่เราเรียนรู้ได้ก็คือ ครั้งแรกมันเหมือนเป็นการตั้งบาร์ให้ตัวเองไว้ระดับหนึ่ง แล้วครั้งต่อมาก็รู้สึกเลยว่า เราต้องทำให้บาร์ของตัวเองสูงขึ้นกว่าเดิม เพราะการได้ไปต่างประเทศคือโอกาสที่ไม่ได้มาง่าย ๆ เลย ทุกคนก็รู้ เราเลยรู้สึกว่าถ้าเราได้มาแล้ว เราก็ต้องทำให้เต็มที่ ทำให้มันมีผลต่อได้อีกต่อหนึ่ง

พอคิดแบบนี้ หนูก็เลยรู้สึกว่า ถ้าเราทำเต็มที่แล้ว มันจะไม่มีอะไรให้เสียดาย ไม่ว่าจะออกมายังไงก็ตาม เพราะเราได้พยายามแล้ว ทำให้ดีที่สุดแล้ว และสิ่งสำคัญคือ เราต้องเชื่อแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ

ปาย: พอเป็นวงรุ่นใหม่ มันก็ตื่นเต้นอยู่แล้วแหละที่ได้มีโอกาสไปเล่นที่ต่างประเทศ มันดีใจมากจริง ๆ ที่วงเราได้ไป แต่สำหรับตัวเรารู้สึกว่าเราได้โอกาสนี้แล้ว ก็ทำให้ดีที่สุดก็พอ ทุ่มเทให้เต็มที่กับโชว์ตรงนั้นเลย ไม่ต้องไปคิดอะไรเยอะมากเกินไป ก็ enjoy กับมันให้เต็มที่ พอไม่มีโชว์ก็ถือโอกาสใช้เวลาว่างเที่ยวเลยค่ะ (หัวเราะ)

ฟ่ง: เดี๋ยวนี้มันพูดไม่ได้แล้วว่า “จะเป็นศิลปินได้ต้องทำเพลงแค่แนวนี้เท่านั้น” เพราะทุกวันนี้ เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่เราอยากทำ ขอแค่เป็นสิ่งที่เรารู้สึกเอ็นจอยจริง ๆ แล้วถ้าเราทำมันให้เต็มที่ เดี๋ยวโอกาสมันก็ตามมาเอง สิ่งสำคัญคือเราต้องอึด ต้องไม่ท้อไปก่อน สุดท้ายแล้ว เราแค่ต้องแข่งกับตัวเอง ทำให้ดีขึ้นจากตัวเราเมื่อวาน แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ

ฟ่ง: อยากให้เพลงของเราเป็นเหมือนสื่อกลางที่สามารถส่งต่อความรู้สึกไปถึงคนได้เยอะ ๆ ฟ่งมองว่าเพลงมันสามารถไปถึงใครก็ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกเลยค่ะ

ฟ่ง: ถ้าใครยังไม่ได้ฟังก็อยากชวนให้ลองไปฟังกันดูนะคะ เพราะว่าใน EP นี้มีทั้งหลากหลายแนว หลากหลายเรื่องราว แล้วก็มาจากหลากหลายมุมมองเลย ถ้าใครฟังแล้วชอบเพลงไหนเป็นพิเศษก็มาบอกกันได้นะคะ อยากให้ทุกคนลองฟังจริง ๆ เพราะแต่ละเพลงมันมีรสชาติไม่เหมือนกันเลย เผื่อว่าทุกคนจะได้เจอเพลงโปรดเพลงใหม่ของตัวเอง แล้วเราก็จะดีใจมากเลยค่ะ

ปาย: ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ (หัวเราะ)

VINI love chronicles Japan New Echoes pop
+ posts

ชอบไปคอนเสิร์ตเพราะเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ และยังชอบแนะนำวงดนตรีใหม่ ๆ ผ่านตัวอักษรตลอดเวลา

Related Articles

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy