หลากสีสันของกล้วยไม้ได้ผลิบานแรงบันดาลใจให้ Kali Uchis ใน ‘Orquídeas’

by Montipa Virojpan
573 views
Orquídeas

เพิ่งปล่อยอัลบั้มชุดที่ 3 ไปเมื่อต้นปีที่แล้ว นักร้องสาวเสียงเอกลักษณ์พลังเยอะ Kali Uchis ก็ยังไม่หยุดขยัน เพราะนอกจากจะเห็นไป featuring กับคนนั้นทีคนนี้ที (จนได้รางวัล Grammy สาขา Best Dance Recording จากเพลง ‘10%’ ที่ทำกับ Kaytranada) ศิลปินอเมริกันเชื้อสายโคลอมเบียก็ไม่ลืมที่จะออมแรงเผื่อไว้ทำผลงานเดี่ยวของตัวเองด้วย เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมาก็ได้ฤกษ์ปล่อยอัลบั้มเต็มลำดับที่ 4 ‘Orquídeas‘ ที่ร้องเป็นภาษาสเปนแทบทั้งหมด

Orquídeas
Kali Uchis – Orquídeas

ช่วงก่อนจะปล่อยอัลบั้มนี้ Kali Uchis เคยกล่าวไว้ว่ากล้วยไม้เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศโคลอมเบีย ซึ่งที่นั่นก็มีพันธุ์กล้วยไม้มากกว่าที่ไหนบนโลกใบนี้ เธอก็เลยหยิบเอาเสน่ห์และความงดงามเหนือกาลเวลาของไม้ดอกชนิดนี้ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แต่ละเพลงในอัลบั้มใหม่ โดยเธอตั้งใจจะให้อัลบั้มชุด ‘Orquídeas’ (ที่แปลว่าดอกกล้วยไม้เนี่ยแหละ) เป็นการให้นิยามใหม่กับผู้หญิงลาตินในแบบที่ต่างไปจากที่ประวัติศาสตร์วงการบันเทิงโลกเคยมองพวกเธอ ซึ่งอันที่จริงแล้วเพลงในชุดนี้ถูกเขียนขึ้นมาพร้อม ๆ กับ ‘Red Moon in Venus’

จากความอ่อนหวานเย้ายวนของนีโอโซลและ R&B ร่วมสมัยในงานชุดที่แล้ว งานชุดนี้เลยเหมือนเป็นขั้วตรงข้ามกันเพราะเต็มไปด้วยหลากเพลงแซบชวนเต้นจากลาตินอเมริกา ผสมผสานเข้ากับอิเล็กทรอนิกา ป๊อป เร็กเกตอน บอกเลยว่าวาไรตี้ สดใหม่ และสนุกสนานสมมงตัวแม่ลาติน่ามาก มาลองไล่ฟังกันไปทีละเพลงกับหลากสีสันของกล้วยไม้ที่ตีความออกมาเป็นดนตรีในสไตล์ของสาวคนนี้ได้

¿Cómo Así?

อินโทรฟุ้งฝันและเสียงหัวเราะในต้นแทร็คทำให้เพลงนี้ดูขี้เล่นและน่าค้นหาขึ้นมา และเมื่อสลับมาเป็นบีตเทคเฮาส์เร็ว ๆ กับโชว์เทคนิคการใช้เสียงของเธอยิ่งทำให้ดูมีสเน่ห์ขึ้นอีกหลายเท่าตัว ท้ายเพลงก็มีท่อนดรอปกับดรัมบีตและท่อนร้องวน ๆ เร้าจังหวะแบบลาตินก็ทำให้กลายเป็นเพลงที่ไดนามิกน่าสนใจที่สุดเพลงนึงในอัลบั้ม

Me Pongo Loca

แม้จะสลับจังหวะให้ช้าลงแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าขัดฟีลแม้แต่น้อย เพลงนี้มาในเร็กเกตอนผสมเฮาส์เก๋ ๆ ชวนโยกตามไปกับท่วงทำนองอ่อนโยนชวนฝันกับเสียงคีย์บอร์ดใส ๆ ที่ลีดนำแทรกมาเป็นช่วง ๆ เธอใช้เสียงประสานและแอดลิบสร้างมิติให้กับท่อนร้องในพาร์ตฮุกได้อย่างน่าหลงใหล

Igual Que Un Ángel 

ดิสโก้จังหวะกลาง ๆ ที่ใส่รสชาติซินธ์ป๊อปร่วมสมัยเข้าไปเพลงนี้ได้ Peso Pluma มาร่วมแจม เสียงร้องของเขานุ่มและเหมาะกับคีย์ในเพลงนี้ แล้วในเพลงนี้เธอก็เลือกใช้แชแนลเสียงที่ไม่ค่อยคุ้นหูซึ่งเข้ากันมาก เป็นอีกเพลงย่อยง่ายที่ฟังแล้วรู้สึกสวยขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

Pensamientos Intrusivos

ชอบวิธีการแบ่งท่อนร้องในอิเล็กโทรป๊อปสุดล่องลอยชวนฝันเพลงนี้ ซินธิไซเซอร์ชุ่มฉ่ำเคลือบความหวานไปทั่วทั้งแทร็ค ท่อนที่ร้อง por favor (ได้โปรด) แล้วนึกถึงท่อน ‘But I don’t want to’ ใน ‘Ditto’ ของ NewJeans

Diosa

ต่อเนื่องกันแบบสมูธ ๆ ในเร็กเกตอนทรงเสน่ห์อีกเพลง เรียกได้ว่าเป็น musica tropicana ที่นิยมกันในแถบประเทศที่พูดภาษาสเปน เสียงเพอร์คัสชันกังวานและแหลมเป็นจุดเด่นในเพลงนี้ กับจังหวะกลองขัด ๆ แล้วตัดมาเป็นบีตกลองแฉะ ๆ ย่ำ ๆ เป็นดีเทลแสนเก๋ที่ได้ฟังแล้วถูกใจ

 Te Mata

เพลงช้าที่ชูเสียงเครื่องสายอย่างกีตาร์และไวโอลินด้วยการที่หยิบเอาลักษณะของเพลง bolero ซึ่งเป็นเพลงที่นิยมในคิวบามาสร้างสรรค์ในสไตล์ของเธอ สอดประสานเสียงเครื่องเป่าและเสียงร้องแฝงลูกเล่นหลากสไตล์

Perdiste 

อีกหนึ่งเพลงเก๋และน่ารักในอัลบั้มที่ขับกล่อมเราด้วยสไตล์ที่ได้อิทธิพลจากนีโอโซล ผสมกับซินธิไซเซอร์ 80s มีท่อนดรอปที่ช่วยตัดมู้ด ซึ่งซาวด์ซินธ์กับบีตกลองที่ใช้ในเพลงนี้ก็มีความโดดเด่น ส่วนทำนองเพลงก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสุด ๆ

Young Rich & In Love

มากันในไวบ์โยก ๆ กับ R&B ร่วมสมัยและเสียงซินธ์กรุ๊งกริ๊ง และเสียงร้องที่ใส่ฟิลเตอร์ฉ่ำ ๆ ชวนนึกถึงซาวด์ที่เธอชอบใช้ในหลาย ๆ เพลงก่อนหน้าก็ทำให้นึกถึงยุคที่ทำกับ Dazed ของเธออยู่เหมือนกัน

Tu Corazón Es Mío…

ด้วยเสียงเครื่องเคาะแบบลาตินกับเสียงคีย์บอร์ดฟังเพลิน เพลงนี้ฟังแล้วจึงให้ความรู้สึกแบบ ‘Smooth Operator’ ของ Sade พวกสมูธแจ๊ส, sophisti-pop ใด ๆ

Muñekita

สะใจสุด ๆ ในที่สุดก็ได้ยินเพลงทรงนี้ในอัลบั้มของเธอ ซึ่งก็ได้ El Alfa และ JT มาร่วมเพิ่มสีสันความสนุกให้กับเพลงนี้ที่มาเป็นสไตล์ muevete, dembow มีท่อนดรอปให้ได้ย่อโยกกันเมื่อย เป็นเพลงสลับช้าเร็วที่ถ้าเอาไปเปิดที่ไหนมีได้เต้นกันสะบัด

Labios Mordidos

เพลงที่ร่วมร้องกับ KAROL G โดยสองสาวชวนกันแต่งแต้มความฮอตกับกับแทร็คเท่ ๆ ที่ผสมเอาเร็กเกตอนมาใส่กับดั๊บเร็กเก้ยุคเก่า

No Hay Ley Parte 2

กลับมาที่เร็กเกตอนผสมเฮาส์ยุค 90 ที่ได้ Rauw Alejandro มาร่วมแจม ลักษณะของแนวเพลงที่ว่าถูกแปรสภาพออกมาเป็นเมโลดี้ร้อง สารภาพตรงนี้ว่าไม่ได้ยินเพลงสไตล์นี้มานานแล้ว ถือว่าเหวอมากที่ได้มาเจอในอัลบั้มนี้

Heladito

คลายความเดือดกันลงมาในเพลง R&B ผสมนีโอโซลเบสหนึบ แอบใส่กลิ่นอายโมทาวน์เข้ามาจาง ๆ แฟนเพลงตั้งแต่ยุคแรกของเธอน่าจะคุ้นเคยกับไวบ์ประมาณนี้ แต่ที่ชอบมากกว่านั้นคือมีการแทรกเสียงฮาร์ปซิคอร์ดเข้ามาแบบน่ารัก ๆ สร้างมิติใหม่ให้เพลงได้มาก

Dame Beso // Muévete

ปิดท้ายอัลบั้มแบบสนุกสนานสไตล์ลาตินอเมริกันไปในเพลง bolero ผสม merengue แบบโดมินิกันม่วน ๆ เพลงนี้ ตอนเปิดมาก็มันแล้ว ไปสักพักก็เริ่มไล่จังหวะเร็วขึ้นไปในช่วงกลาง ๆ กับเสียงเครื่องเป่า แล้วพอเธอร้องหวีดขึ้นมาก็สับจังหวะเร็วขึ้นอีกได้ยินเสียงแอคคอร์เดียนและแซ็กโซโฟนสลับกันจนจบเพลง สนุกมากกกกก

ไม่จำเป็นต้องฟังรู้เรื่องก็จอยได้ เพราะยังไงเพลงลาติน—ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลงที่ถือกำเนิดหรือเป็นที่นิยมในประเทศไหน—ด้วยความที่ลักษณะของเพลงมีเอเลเมนต์บางอย่างที่เน้นความสนุกอยู่แล้วในตัว ฟังยังไงก็ม่วน แต่ถ้าฟังรู้เรื่องอีกนิดจะดีมากเพราะสัมผัสได้ถึงความพยายามที่จะนำเสนอความเป็นผู้หญิงผ่านซาวด์และมู้ในแทบทุกเพลง บวกกับความที่แต่ละเพลงของ ‘Orquídeas’ ส่วนใหญ่มีความยาวประมาณ 2-3 นาที แล้วก็มีการเปลี่ยนแนวไปเรื่อย ๆ เลยรู้สึกสนุกที่จะได้ฟังต่อ ๆ กัน ถือเป็นการเปิดปีได้สดใสซาบซ่านสมชื่ออัลบั้มจริง ๆ

อ่านต่อ
ออกสำรวจซาวด์ที่โคจรรอบกาแล็กซีอิเล็กทรอนิกไปกับ Django Django ใน ‘Off Planet’

+ posts

อิ๊ก นักเขียนสายดนตรีที่เกือบจะต้องวางมือ แต่คงหนีไม่พ้นเพราะยังอยากพูดถึงวงและเพลงดี ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ

Related Articles

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy